Categories
good food

7 เมนูอาหารช่วยป้องกันโรคหัวใจ

โรคหัวใจ ใครๆก็คงไม่อยากจะเป็นอย่างแน่นอนที่สุด การที่เราสามารถใช้การเลือกทานอาหรที่มีประโยชน์ในการช่วยบำรุงหัวใจของเราให้แข็งแรง และมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้ จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการที่เราเป็นโรคหัวใจไปแล้ว ค่อยมาดูแลเรื่องการทานอาหารของเราทีหลังอย่างแน่นอน ในบทนี้จึงขอนำ 7 เมนูอาหารที่ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจได้มาฝากทุกคนกัน ใครอยากทราบกันแล้ว เรามาติดตามกันเลย

  1. อัลมอนด์ ช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล

ในอัลมอนด์มีส่วนประกอบสำคัญอย่างกรดไขมันอยู่ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือไขมันดี และลดระดับ LDL ไขมันเลวในร่างกายของเราลง  ทั้งยังช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล และจำเป็นต่อกระบวนการทำงานของร่างกายด้วย

  • ไฟเบอร์ ช่วยในการลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด

ไฟเบอร์ที่ได้จากธัญพืชที่ไม่ขัดสี อย่างเช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ธัญพืชชนิดต่างๆ จะช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยทำให้หัวใจของเราแข็งแรงขึ้นได้ ทั้งยังช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในอนาคตได้ด้วย

  • เบอร์รี่ ช่วยในการป้องกันหลอดเลือดอุดตัน

ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้ง วิตามินซี กรดโฟลิก โพแทสเซียม ใยอาหาร และแอนโทไซยานิน ที่มีส่วนช่วยป้องกันความเครียด ลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นระหว่างอนุมูลอิสระกับไขมัน (LDL) ช่วยป้องกันการสะสมของไขมันบริเวณผนังหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ทั้งยังช่วยลดการอักเสบของผนังหลอดเลือด และยับยั้งการแข็งตัวของเลือดได้

  • ผักใบเขียว ช่วยในการปกป้องหลอดเลือดแดง

การที่เราทานผักใบเขียว จะทำให้ร่างกายของเราได้รับปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ในผักใบเขียวนั้น อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งมี วิตามินเค ที่มีส่วนช่วยในการปกป้องหลอดเลือดแดงได้นั่นเอง

  • อะโวคาโด ช่วยในการเพิ่มโพแทสเซียม

การที่เราทาน อะโวคาโด ผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ที่เป็นสารอาหารจำเป็นต่อสุขภาพของหัวใจของเรา ในอะโวคาโด 1 ลูก จะมีโพแทสเซียมอยู่สูงถึง 975 มิลลิกรัม หรือประมาณ 28% ของปริมาณโพแทสเซียมที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน หากว่าเราได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะสามารถช่วยลดความดันโลหิตที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจได้

  • น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูง

น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชที่มีกรดแอลฟา-ลิโนเลนิกสูง อย่างเช่น น้ำมันคาโนลา วอลนัต น้ำมันถั่วเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูงได้ แต่เราไม่ควรกินมากจนเกินไป เพราะว่าน้ำมันประเภทนี้จะให้พลังงานที่สูง จะทำให้เราน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย หรือว่าอ้วนนั่นเอง

  • ปลาทะเล ช่วยลดการอักเสบหลอดเลือดแดง

เราควรทานปลาทะเล อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน อย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ เพราะเป็นปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดแดง ที่เป็นอาการเริ่มต้นสู่การเป็นโรคหัวใจได้

นี่ก็คือ 7 เมนูอาหารที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจที่นำมาฝากกัน ลองนำไปเป็นแนวทางในการเลือกทานอาหารเพื่อป้องกันโรคหัวใจกัน แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่จะนำมาฝากกันต่อในทุกสัปดาห์ จะเป็นเรื่องอะไรบ้าง ต้องติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

7 อาหารช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

7 อาหารช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

การทานอาหารของเราในทุกมื้อ และ ทุกๆวันนั้นสามารถจะมีส่วนช่วยในการป้องกันการเป็นอัลไซเมอร์ก่อนวัยอันควรได้ เราจะต้องทานอาหารประเภทไหนบ้าง มีกี่ประเภท ต้องทานให้เหมาะสมอย่างไร ในบทนี้จึงขอนำ 7 อาหารที่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์มาฝากกัน ใครที่อยากจะทราบกันแล้ว เรามาติดตามกันเลย

  1. องุ่น ไวน์แดง และดาร์กช็อกโกแลต

สารสกัด Resveratrol เป็นสารโพลีฟีนอลชนิดหนึ่ง ที่พบในองุ่น, ไวน์แดง และดาร์กช็อกโกแลต มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับอายุของเรา  เช่น ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบประสาท ชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม รวมทั้งโรคมะเร็ง และเบาหวาน

  • ถั่วลิสง และเนยถั่ว

ถือเป็นแหล่งไขมันดีอุดมไปด้วยวิตามินอี ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ และการทำงานของสมอง รวมไปถึง ถั่วอัลมอนด์ และฮาเซลนัท  ที่มี ดร.Maria C.Carrillo ผู้อำนวยการอาวุโสทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งสมาคมอัลไซเมอร์ ยืนยันว่า มีงานวิจัยที่ค้นพบว่าอาหารที่มีไขมันดีสูง มีไขมันอิ่มตัวต่ำ และไขมันทรานส์ต่ำ หรือกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยธัญพืช ผักใบเขียว และถั่วนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ และสมอง

  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

จากผลของการวิจัยล่าสุด ที่เปิดเผยหลังการประชุมของ The American Chemical Society ที่กรุงบอสตัน ระบุว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี่,  และอาซาอิเบอร์รี่ (Acai Berries) มีคุณสมบัติในการช่วยหยุดภาวะเสื่อมถอยของความจำ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุของเราที่เพิ่มขึ้นได้

  • อะโวคาโด ผลไม้เนื้อครีม

อุดมชุ่มฉ่ำไปด้วยไขมันดี วิตามินอีสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งพบว่ามีส่วนสัมพันธ์ในการลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้ การที่เราทานอะโวคาโดเป็นประจำ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เพิ่มปริมาณไขมันดี (HDL) และลดไขมันไม่ดี (LDL) หรือคอเลสเตอรอลในร่างกายลง เมื่อไหร่ก็ตามที่ไขมันทั้งสองอยู่ในระดับสมดุล ก็จะทำให้ระบบการทำงานของหลอดเลือด และหัวใจทำงานได้ดีขึ้นด้วย

  • พืชผักใบเขียว

ผักแคล (Kale), คะน้า, ผักโขม และบล็อกโคลี่ ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินอีและโฟเลทสูง โดยผักโขมดิบ 1 ถ้วย ให้วิตามินอี 15% และผักโขมต้มสุก  ½  ถ้วย ให้วิตามินอีสูงถึง 25% ในขณะที่กรดโฟลิก มีการศึกษาที่ผ่านมา ค้นพบว่ามีส่วนช่วยเผาผลาญกรดโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ซึ่งหากร่างกายมีระดับโฮโมซีสเตอีนในเลือดสูง อาจส่งผลให้เซลล์ประสาทในสมองตาย รวมทั้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้ด้วย

  • การทานปลาได้ไขมันดี

ทั้ง ปลาแซลมอน, ปลาแมคคาเรล, ทูน่า และปลาชนิดอื่น ๆ ที่ให้กรดไขมันโอเมก้า 3 และมีกรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic Acid) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะส่วนของความจำ และการเรียนรู้ ในกรดไขมัน DHA พบว่าเป็นไขมันที่เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมองถึง  65%  และร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากการทานปลา

  • น้ำสลัดที่มีส่วนประกอบของน้ำมันจากพืช

Martha Clare Morris ผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการ และระบาดวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Rush ในชิคาโก ระบุเอาไว้ว่าการทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินอีสูง  เช่น น้ำสลัดที่มีส่วนประกอบพื้นฐานของน้ำมันผักอย่างน้ำมันมะกอก เมล็ดพืช ถั่ว และธัญพืช จะประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยในการปกป้องเซลล์ประสาทได้ดี

นี่คือ 7 อาหารที่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่นำมาฝากกัน ลองนำไปเป็นหลักในการเลือกทานอาหารเพื่อช่วยป้องกันอัลไซเมอร์กันดู แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่จะนำมาฝากกันต่อได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น ต้องรอติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

6 คุณประโยชน์ของขนมปังโฮลวีทที่ดีต่อสุขภาพ

ขนมปังโฮลวีท ที่เรามักหาซื้อทานกันได้ตามห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไป ที่จะทำมาจากแป้งโฮลวีทจะมีเนื้อขนมปังสีน้ำตาลอ่อนๆ ราคาอาจจะแพงกว่าขนมปังธรรมดาทั่วไปสักหน่อย แต่ว่าเราหลายคนก็ชอบทานกัน ด้วยรสชาติที่อร่อยกว่า และเราจะรู้สีกว่ามีคุณค่าทางอาหารที่มากกว่าขนมปังแบบธรรมดา ในบทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ของขนมปังโฮลวีทมาฝากทุกคนกัน ใครที่ชอบทานขนมปังโฮลวีทเป็นประจำเหมือนกัน เรามาติดตามกันไปพร้อมๆกันเลย

ขนมปังโฮลวีท ขนมปังที่มีเนื้อขนมปังสีน้ำตาลอ่อนๆ เนื้อนุ่มๆหอมๆ แผ่นหนาๆ ส่วนใหญ่ผลิตมาจากแป้งสาลีที่ไม่ฟอกขาว 100% นำมาผสม นวด อบที่อุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม จนได้ขนมปังสุกกลิ่นหอมๆ แล้วนำมาสไลด์แผ่นแบบหนา ที่เราสามารถนำมาดัดแปลงทำได้หลากหลายเมนูอร่อยที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ทาแยม นม เนย แซนวิซ ใส่แฮมไข่ ผักหลายๆอย่างเพิ่มเข้าไปด้วย ตามแต่เมนูที่เราชอบ ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์

ภายนอกของขนมปังโฮลวีท อาจจะสีไม่ขาวนวลสวยเหมือนขนมปังขาว แต่ว่าขนมปังโฮลวีทนั้นเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร และวิตามินหลายชนิดอยู่สูง แป้งที่มีอยู่ในขนมปังชนิดนี้ ร่างกายจะค่อยๆ ดูดซึมเพื่อนำมาใช้เป็น

พลังงาน เมื่อเราทานแล้วจะรู้สึกอิ่มท้อง ได้นานขึ้น ขนมปังโฮลวีทจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรักสุขภาพ และคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอย่างเราๆเป็นอย่างที่สุด เราจึงยอมจ่ายเพิ่มนิดหน่อย เพื่อขนมปังโฮลวีทของเรานั่นเอง พอเราทราบถึงประโยชน์เบื้องต้นเช่นนี้แล้ว ทีนี้เราก็มาดู 6 คุณประโยชน์ของขนมปังโฮลวีทที่ดีต่อสุขภาพของเรากันเลย

  1. การทานขนมปังโฮลวีทจะช่วยให้เรารู้สีกผ่อนคลายจากความเครียดได้ และก็จะช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อนได้สนิทและสบายขึ้นด้วย นั่นก็จะทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่นสดใสไม่อ่อนเพลียง่ายๆนั่นเอง
  2. การทานขนมปังโฮลวีทช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เพราะว่ามีวิตามินอยู่หลายชนิด
  3. การทานขนมปังโฮลวีทช่วยให้เราขับถ่ายได้ดีขึ้น และช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ด้วย

  • การทานขนมปังโฮลวีทช่วยในการรักษาระดับน้ำตาลในเลืดภายในร่างกายของเราได้ ด้วยการเข้าไปช่วยชะลอการดูดซับสารคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่กระแสเลือดภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยเบาหวาน
  • การทานขนมปังโฮลวีทช่วยในการป้องกันโรคหัวใจได้ ในขนมปังโฮลวีทมีไฟเบอร์ โพแทสเซี่ยม และฟอสฟอรัสอยู่ในปริมาณที่สูง และสารเหล่านี้ช่วยในการบำรุงหัวใจของเราได้ดี จึงสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้
  • ขนมปังโฮลวีทมีปริมาณโซเดียมอยู่น้อย การทานขนมปังโฮลวีทจึงมีส่วนช่วยในการลดระดับความดันโลหิตสูงได้ด้วย

นี่ก็คือ 6 คุณประโยชน์ของขนมปังโฮลวีทที่นำมาฝากกันในบทนี้ ใครที่ไม่ค่อยชอบซื้อขนมปังโฮลวีทมาทานกัน ลองไปหาซื้อขนมปังโฮลวีทมาทานกันดู เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับคุณประโยชน์ที่มีมากกว่า บทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่จะนำมาฝากกันในทุกสัปดาห์ จะเป็นเรื่องอะไรกันบ้าง ต้องติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

5 สมุนไพรไทยที่ควรมีไว้ติดบ้านในช่วงหน้าฝน 

โอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้บ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาของสภาพอากาศในช่วงหน้าฝน หลาย ๆ คนนั้นก็คงจะคิดว่าคงจะต้องพึ่งพายา หรือคุณหมอเพิ่มเติมอย่างแน่นอนในช่วงนี้ถ้าหากเรามีอาการเจ็บป่วยหรือไม่สบาย แต่อย่างไรก็ตามจะดีกว่าไหม

ถ้าหากรู้จักดูแลสุขภาพ และบำรุงร่างกายรวมไปถึงป้องกันตัวเองล่วงหน้าแบบตำรับไทย ใช่แล้วตอนนี้กำลังจะอธิบายถึงสมุนไพรไทยที่สามารถช่วยทำให้คุณนั้นห่างไกลจากคำว่าป่วยง่าย ๆ ในช่วงหน้าฝน รับรองได้เลยว่า 5 สิ่งนี้มีประโยชน์มาก คุณสามารถหารับประทานได้อย่างแน่นอน 

1. หอมแดง 

สมุนไพรไทยพื้นบ้านที่หาได้ง่าย และสามารถรับประทานได้เป็นประจำ การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของหอมแดงเป็นประจำ จะช่วยลดอาการเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และแบคทีเรียในลำคอได้อีกด้วย 

2. ใบกะเพรา 

ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของใบกะเพรา มีรสชาติที่เผ็ดร้อน สร้างความอบอุ่นในร่างกาย และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับการรับประทานในช่วงฤดูฝน จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม แต่อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้รับประทานอย่างพอดีเพื่อบำรุงสุขภาพ ถ้าหากรับประทานมากไปอาจจะเป็นการขับลมก็ได้ อันนี้ควรระวัง 

3. ตะไคร้ 

สามารถช่วยป้องกันปัญหาเรื่องหวัดลงคอได้อย่างยอดเยี่ยม ตะไคร้มีสรรพคุณในการช่วยต่อต้านเชื้อโรคและแบคทีเรีย ซึ่งถ้าหากคุณนำมาชงเป็นชาตะไคร้ดื่มเป็นประจำ ช่วยทำให้ลดอาการระคายเคืองคอได้แบบเห็นผลอย่างรวดเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง จะลดอาการระคายเคืองคอได้อย่างแน่นอน 

4. กระเทียม 

กระเทียมมีสรรพคุณเป็นอย่างมากในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย พร้อมทั้งยังสามารถช่วยป้องกันปัญหาเรื่องเชื้อราบนผิวหนังได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะมากสำหรับช่วงเวลาหน้าฝน อยากแนะนำให้คุณรับประทานกระเทียมทุกวัน จะช่วยบำรุงร่างกายของคุณได้มากอย่างแน่นอน 

5. ขิง

รสชาติที่เผ็ดร้อนแต่แฝงไว้ด้วยคุณประโยชน์  มีสรรพคุณที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก ขิงมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สูง แถมยังช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหาร และการย่อยในช่วงฤดูฝนได้อีกด้วย สามารถช่วยทำให้คุณนั้นเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น และมีประโยชน์ในการช่วยขับลม และระบบการขับถ่าย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่สมัยโบราณอันนี้ขอแนะนำเลย 

สรุป 

สมุนไพร 5 อย่างนี้สามารถช่วยดูแลสุขภาพคุณได้อย่างแน่นอนในช่วงหน้าฝน หาไม่ยาก และสามารถหารับประทานในชีวิตประจำวัน ไว้ประกอบอาหารได้แบบง่าย ๆ ถ้าหากคุณสนใจอยากจะลองนำไปใช้ ขอแนะนำให้นำไปประกอบอาหาร ลองดูเลยนะรับรองได้เลยว่าคุณต้องประทับใจอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพโดย   https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

5 เทคนิคการทานอาหารป้องกันโรคหลอดเลือด

โรคหลอดเลือดในสมองนั้น  จากสถิติขององค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization: WSO) ได้มีผลงานการวิจัยรายงานสถานการณ์ของโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลกไว้ว่าในแต่ละปีจะมีคนเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมองประมาณ 6 ล้านคนทั่วโลก นั่นหมายความว่า

ทุก ๆ 6 วินาที ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมองอย่างน้อย 1 คนเลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าคนทั่วโลกที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรียรวมกันเสียอีก ถือว่าเป็นโรคที่เราทุกคนค่อนข้างมีความเสี่ยงสูงมากกว่าโรคร้ายแรงอื่นๆเสียอีก

ดังนั้นในบทนี้จึงขอนำ 5 เทคนิคการทานอาหารป้องกันโรคหลอดเลือดมาฝากทุกคนกัน เพื่อจะได้นำไปเป็นเทคนิคในการเลือกทานอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมกันในแต่ละวัน ใครที่อยากจะทราบกันแล้ว เรามาติดตามกันเลย

การทานอาหารของพวกเรานั้นถือว่าเป็นกิจวัตรที่ใกล้ตัวและเราจำเป็นต้องปฏิบัติกันเป็นประจำทุกๆวันอยู่แล้ว จึงอาจจะทำให้เราละเลยที่จะเลือกทานกันให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา และส่วนใหญ่ก็จะเลือกทานจากรสชาติอาหารที่เราชอบเสียมากกว่า ไม่ค่อยที่จะมีใครคิดและคำนึงถึงคุณประโยชน์ของอาหารที่เราจะต้องเลือกมาทานกันสักเท่าไหร่

นั่นก็จะกลายเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดในสมองได้นั่นเอง เพราะเมื่อเราทานอาหารเข้าไปแล้วอาหารที่เราทานจะถูกย่อยกลายเป็นสารอาหาร จะถูกส่งผ่านเลือดและหลอดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ถ้าหากสารอาหารนั้นเป็นพิษ ก็จะส่งผลกระทบต่อเลือดและหลอดเลือดโดยตรงด้วย

ซึ่งอาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษนั้น ได้แก่

1. อาหารรสเค็มจัดหรือเผ็ดจัดทุกชนิด เช่น น้ำปลา เกลือ ซอสเค็มปรุงรสต่างๆ การทานอาหารรสชาติเผ็ดจัดๆ ใส่พริกมากๆ พวกอาหารทะเลที่ต้องหมักเกลือ ดองเค็ม กะปิ

2. อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด เช่น ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า

3. อาหารประเภทที่มีคอเลสเตอรอลสูงหรือมีไขมันสัตว์เป็นส่วนประกอบมาก  อาทิ เนื้อสัตว์ติดมัน  เครื่องใน  แกงที่มีส่วนประกอบของกะทิ ไข่แดง

4. อาหารทอดต่างๆที่ใช้น้ำมันมากๆ  รวมถึงอาหารปิ้งย่างด้วย

5. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมทุกชนิด

อาหารที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถ้าจะให้เรางดการทานไปเลย ก็คงจะค่อนข้างยากลำบากพอดู เพราะเป็นเมนูอาหารที่พวกเราไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตามแต่ในสมัยปัจจุบันนี้แทบจะทุกคน ทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้เราพยายามลดปริมาณการทานให้น้อยลงมากที่สุดเท่านั้นก็คงจะพอช่วยให้เราห่างไกลจากโรคหลอดเลือดได้บ้าง

เหตุผล คือ อาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของเกลือและผงชูรสสูงมาก เมื่อเราทานเข้าไปมากๆจะทำให้เกลือแร่ไปคั่งอยู่ในน้ำเลือด เรียกว่า ภาวะเลือดข้น ซึ่งส่งผลให้เลือดมีน้ำหนักมากขึ้น ร่างกายจึงต้องเพิ่มความดันในการสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ กลายเป็นสาเหตุของความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเส้นเลือด เปราะและภาวะความดันโลหิตสูงได้ง่าย ทั้งยังสามารถเป็นบ่อเกิดของโรคปัจจัยเสี่ยงอื่นๆได้อีกด้วย

นี่ก็คือ 5 เทคนิคในการทานอาหารป้องกันโรคหลอดเลือดที่นำมาฝากกันในบทนี้ ลองนำไปเป็นเทคนิคในการเลือกทานอาหารในแต่ละมื้อของเรากันดู แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่เราจะไปสรรหามาฝากกันอีกได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับอะไร ต้องติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food Uncategorized

5 คุณประโยชน์ของเมนูเต้าหู้แสนอร่อย

เต้าหู้ มีการผลิตออกมาจำหน่ายในหลายรูปแบบ เช่น เต้าหู้แผ่น เต้าหู้หลอด เต้าหู้แบบเนื้อนิ่มๆ มีวางจำหน่ายมากมายตามห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เกตทั่วๆไป เรานิยมนำเต้าหู้มาทำเป็นสารพัดเมนูอาหารคาว ทานกับข้าวในแต่ละมื้อของครอบครัว

เพราะว่าความอร่อย และเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในบทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ของเต้าหู้มาฝากทุกคนกัน ใครที่ชอบทำหรือซื้อเมนูเต้าหู้มาทาน เรามาติดตามกันเลย

  1. การทานเมนูเต้าหู้เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะเนื่องจากเต้าหู้นั้นมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ไม่ต้องใช้แรงมากๆในการบดเคี้ยว สำหรับผู้สูงอายุ เป็นอาหารที่ย่อยง่าย และอัดแน่นไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนที่ดี มีคุณประโยชน์ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ดีอีกด้วย
  2. ในเมนูอาหารที่มีเต้าหู้นั้นประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก ที่มีอยู่ในเต้าหู้นั่นเอง การทานเมนูเต้าหู้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงการมีประจำเดือนอีกด้วย
  • เต้าหู้นั้นเป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ จึงเป็นข้อดีสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการจำกัดการทานน้ำตาล รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักด้วย
  • การทานเมนูเต้าหู้มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ แน่นอนที่ว่า เต้าหู้ นั้นเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการสูงโดยเฉพาะโปรตีน ประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 7.4 ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 8 ชนิด ที่ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาใช้เองได้นั่นเอง
  • ในเต้าหู้นั้นมีสารเลซิติน การทานเมนูเต้าหู้ของเราจึงมีส่วนในการช่วยลดไขมันและช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ และฮอร์โมนจากพืช ไฟโตเอสโตเจน ที่มีผลรับรองการวิจัยได้ค้นพบว่ามีผลในการป้องกันมะเร็งและมีผลดีต่อสุขภาพของผู้หญิงวัยทอง คือ การทานเมนูเต้าหู้ในผู้หญิงวัยทองจะช่วยชะลอภาวะหมดประจำเดือนและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

และก่อนที่เราจะจบบทนี้ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนั้นสามารถเลือกทานเมนูเต้าหู้ทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลยเช่นกัน เนื่องจากว่าเต้าหู้จะช่วยทำให้ท้องอิ่มนาน และยังเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูงอีกด้วย แม้ว่าจะมีไขมันอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไขมันที่ดี และมีปริมาณต่ำกว่า เมื่อเรานำไปเปรียบเทียบกับในเนื้อหมูหรือเนื้อวัว และเรายังจะได้รับคุณประโยชน์ดี ๆ จากแคลเซียมและธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด กระดูกและฟันของเราได้ดีอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 คุณประโยชน์ของเต้าหู้ที่เรานำมาฝากกันในบทนี้ ทราบแล้วต้องรีบหาทานเมนูเต้าหู้กันให้มากขึ้นแล้วล่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่น่าสนใจกันต่อได้ในทุกสัปดาห์ จะนำเรื่องอะไรมาฝากกันอีก ต้องคอยติดตาม

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

4 เหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช

   โปรตีนทางเลือกเป็นโปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์ แต่ได้ผลิตจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และโปรตีนที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงในห้องทดลองสำหรับโปรตีนทางเลือกนี้ ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างเช่นมีไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำไม่มีคอเลสเตอรอล

โดยมีกากใยอาหารสูงอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และยังให้พลังงานที่ต่ำกว่าเนื้อสัตว์ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก จึงทำให้โปรตีนทางเลือกถูกให้ความสำคัญมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภค ที่รักสุขภาพกันมากขึ้น อีกทั้งได้ตระหนักต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนทางธรรมชาติ

จึงทำให้หันไปนิยมรับประทานโปรตีนทางเลือกอื่น เพื่อใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ อีกทั้งได้มีการตระหนักว่าประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเร็วกว่าการผลิตอาหาร จึงเป็นเหตุทำให้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และเมื่อพูดถึงการเติบโต และสุขภาพของร่างกายแล้ว การบริโภคอาหารเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อสิ่งเหล่านั้น และสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือโปรตีน ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

เหตุผลที่ต้องเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช

    สำหรับเหตุผลที่ต้องเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช คือ

   1.โปรตีนพืชเหมาะกับผู้สูงวัยเพื่อการดูดซึมที่ดี  

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อก็เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่ผู้สูงวัยจะต้องเสริมโปรตีนจากอาหาร เพื่อจะได้ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ และด้วยผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงของระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารแย่ลง ดังนั้นการบริโภคเนื้อสัตว์มากไป จึงอาจทำให้เกิดท้องอืดอาหารไม่ย่อยและขาดใยอาหาร ที่จะช่วยเรื่องการขับถ่าย เพราะฉะนั้นโปรตีนจากพืช จึงเป็นตัวช่วยที่เหมาะสมเพราะดูดซึมง่าย

  2. โปรตีนจากพืชแคลอรี่ต่ำและใยอาหารสูง 

พืชมีแคลอรี่ต่ำ และมีเส้นใยอาหารสูงจึงทำให้รู้สึกอิ่ม และยังเป็นการเพิ่มแบคทีเรียดี ในลำไส้ทำให้การขับถ่ายสะดวก และยังคงให้สารอาหารวิตามิน และแร่ธาตุ ทำให้เหมาะกับผู้ที่กำลังจะควบคุมอาหาร หรือคุมน้ำหนัก และโปรตีนยังมีส่วนสำคัญ ในการป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเพื่อการลดน้ำหนักด้วย

  3. โปรตีนพืชเพื่อทางเลือกใหม่สำหรับผู้ออกกำลังกาย 

ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายส่วนมากแล้ว นิยมหันมาทานโปรตีนจากพืชกันมากขึ้น

 4. โปรตีนพืชบำรุงหัวใจ และดีต่อโรคหัวใจช่วยให้อายุยืน

  ด้วยเหตุนี้ จึงควรที่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งจากพืช และจากสัตว์เพื่อให้ได้รับสารอาหาร ที่ครบถ้วน และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอีกครั้งพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรค และอาการเจ็บป่วย

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

3 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงตอนเช้าทำได้สุขภาพดี 

คนรักสุขภาพประมาณ 80% จะรู้จักกันเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะประเภทของอาหารเช้า อาหารเช้านั้นจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคุณเป็นอย่างมาก แต่คุณทราบไหมว่ามีคนที่รักสุขภาพ ที่เข้าใจผิดคิดว่าการรับประทานสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง จึงอยากจะอธิบายความจริงที่คุณควรหลีกเลี่ยง กับอาหารเช้าต้องโทษที่คุณไม่ควรจะเข้าใกล้ทั้งหมด 4 อย่างด้วยกัน ซึ่งบอกได้เลยว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพ และควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะไม่ทำให้ร่างกายคุณนั้นเจ็บป่วยง่ายยิ่งกว่าเดิม

1. มันฝรั่งสีขาว อาหารเช้าเหมือนมีประโยชน์ 

การรับประทานอาหารเช้าแบบชาวต่างชาติ ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายเมนูมากที่สามารถรับประทานแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คุณคิด แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้บ่งบอกว่ามีประโยชน์แบบเต็มร้อยโดยไม่มีผลเสีย โดยเฉพาะมันฝรั่งขาว ซึ่งในมันฝรั่งนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากพอสมควร แต่ว่ามันอุดมไปด้วยแป้งกับน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่นั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณควรจะรับประทานแต่น้อย และควรรับประทานอาหารอย่างอื่นด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และไขมันส่วนเกิน

2. ขนมปังเนยถั่วและเนยแยม ทำร้ายสุขภาพกว่าที่คิด 

นี่แหละที่เรียกว่าอาหารเช้าที่ไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับคนที่ต้องการรับพลังงานที่มีคุณค่าก็ควรจะหลีกเลี่ยง กับเนยถั่ว และเนยแยม คุณทราบไหมว่าในส่วนนั้นมีพลังงานแคลอรี่สูงมาก แถมยังไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และร่างกายโดยรวมอีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณรับประทานเข้าไปเป็นจำนวนมาก จะเข้าไปสะสมในหลอดเลือดในร่างกายของคุณ สามารถทำให้คุณเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ความดันโลหิตและไขมันเป็นเส้นเลือดได้แบบสบาย ๆ เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงนะอันนี้ขอเตือน 

3. น้ำตาลทราย และนมวัว เรื่องจริงที่ไม่ดีต่อกระเพาะอาหาร 

สำหรับน้ำตาลทรายแดง และนมวัว ก็ต้องบอกเลยว่าส่งผลโดยตรงต่อกระเพาะอาหาร และการดูดซึม สารอาหารจากการย่อยเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านโรคอ้วน และไขมัน จะทำให้ระบบการเผาผลาญคุณนั้นแปรปรวนอย่างรวดเร็ว และยังไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมสารอาหารได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหากเป็นไปได้คุณควรจะหลีกเลี่ยงกับอาหารมื้อเช้า 

สรุป 

และนี่ก็คืออาหารที่คุณควรจะหลีกเลี่ยงในตอนช่วงเช้า ซึ่งถ้าหากคุณทำได้คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาอาการเจ็บป่วยของโรคภัยร้ายแรงเหล่านี้ได้ภายในอนาคต และแน่นอนยังสามารถช่วยทำให้สุขภาพในปัจจุบันของคุณนั้นแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคุณควรจะรับประทานพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์เพิ่มเติมในตอนเช้า รับรองว่าคุณนั้นจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพ https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

3 คุณประโยชน์ที่แตกต่างขององุ่น 3 สี

องุ่น เป็นผลไม้ที่มีความนิยมในการบริโภคของเราอยู่ในอันดับต้นๆก็ว่าได้ มีอยู่หลายพันธุ์ หลายสี แต่สีขององุ่นที่เรานิยมบริโภค ก็จะมีอยู่ประมาณ  3 สี แล้วแต่ว่าเราแต่ละคนชอบทานรสชาติแบบไหน เราก็เลือกทานสีตามที่เราชอบ ชอบแบบอมเปรี้ยว หรือว่าชอบแบบอมหวาน ในบทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันขององุ่นทั้ง 3 สีที่เรานิยมทานมาฝากกัน ใครชอบทานสีไหนกันบ้าง จะได้ทราบว่าเราได้คุณประโยชน์อะไรบ้าง เรามาติดตามไปพร้อมๆกันเลย

  1. สำหรับใครที่ชอบทานองุ่นดำ มีผลจากการศึกษาวิจัยได้พบว่า องุ่นดำอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มและยังให้แคลอรีต่ำอีกต่างหากด้วย และยังมีส่วนช่วยทำให้การทำงานของระบบลำไส้เป็นไปตามปกติ สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีในองุ่นดำ ยังช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย มีส่วนช่วยให้กระบวนการลดน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังมีคุณประโยชน์ในการช่วยระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้แล้วจากผลการวิจัยล่าสุด ได้ระบุถึงประโยชน์ขององุ่นดำ ที่สัมพันธ์โดยตรงกับน้ำองุ่นดำว่า ช่วยเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดได้ดีด้วย
  • สำหรับใครที่ชอบทานองุ่นแดง ในองุ่นแดงนั้น มีสารอาหารที่สำคัญชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า เรสเวอราโทรล (Resveratrol) ที่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ได้ นอกจากนี้แล้ว ในองุ่นแดงยังมีสารที่ชื่อว่า สารซาโปนิน (Saponin) ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านแบคทีเรีย และไวรัส ป้องกันเนื้องอกและลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ซึ่งมีส่วนช่วยต่อการป้องกันโรคหัวใจได้อีกต่างหาก
  • สำหรับใครที่ชอบทานองุ่นเขียว ในองุ่นเขียวนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการป้องกันการเกิดของมะเร็ง เช่น คาเทชิน (Catechin) เทอโรสติลบีน (Petrostilbene) ซึ่งจะเข้าไปช่วยในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งเต้านม, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง และโรคลูคิเมีย และยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการติดเชื้อราและเชื้อไวรัสต่างๆได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 3 คุณประโยชน์ขององุ่นทั้ง 3 สีที่นำมาฝากกันในบทนี้ ใครชอบทานองุ่นสีไหนมากที่สุด ก็พอได้ทราบแล้วว่าเราได้รับคุณประโยชน์อะไรกันบ้าง ใครที่ไม่ค่อยชอบทานองุ่น ก็ต้องไปหามาทานเพิ่มขึ้นแล้วล่ะ แล้วในบทหน้าเรามาพบกับเรื่องสุขภาพที่เราจะนำมาฝากกันอีกได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเรื่องสุขภาพอะไรบ้างนั้น ต้องคอยติดตามกัน

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy-healthy

Categories
good food

วิธีการรับประทานทุเรียนให้ดีต่อสุขภาพ

ช่วงนี้กระแสสุขภาพกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร และผลไม้ที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายของคุณ โดยเฉพาะทุเรียน ผลไม้ชนิดนี้นั้นคือราชาของผลไม้ในประเทศไทย ที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะลองลิ้มชิมรส และมองหาประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้ บอกเลยว่าทุเรียนนั้นก็มีให้คุณเช่นเดียวกัน จะพาทุกคนไปรู้จักกับประโยชน์ของทุเรียนกัน ซึ่งสามารถรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายได้ แต่ต้องขอแนะนำว่าคุณควรจะรับประทานแต่พอดี

ทุเรียน

1. มีประโยชน์ในการช่วยขับพยาธิตั้งแต่สมัยโบราณ

ทุเรียนนั้นมีคุณสมบัติเป็นผลไม้ฤทธิ์ร้อน ซึ่งเหมาะกับสาว ๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีสรรพคุณทางอ้อมในการช่วยขับพยาธิได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่รับประทานวันละ 1 เม็ด ต่อเนื่องกัน 2 – 3 วันจะมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรมีประโยชน์ทางอ้อมช่วยขับพยาธิได้อย่างยอดเยี่ยม อยากแนะนำคุณให้ลองรับประทานดูรับรองได้เลยว่ามีประโยชน์มากเมื่อคุณรับประทานแล้วคุณต้องติดใจอย่างแน่นอน

ทุเรียน

2. มีส่วนช่วยทางอ้อมลดอาการอักเสบของผิวหนัง

สำหรับท่านใดที่มีอาการเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่เป็นเรื้อรัง และไม่ค่อยดีขึ้นในปัจจุบันโดยเฉพาะฤดูฝน  อยากจะแนะนำคุณให้รับประทานทุเรียนสักครั้ง ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบการทำงานในร่างกายของคุณนั้นทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น และสามารถช่วยลดอาการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย และที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือทุเรียนนั้นมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรอ่อน เป็นยาปฏิชีวนะแบบธรรมชาติ สามารถช่วยทำให้อาการอักเสบของเซลล์ในร่างกายของคุณนั้นลดน้อยลง บอกได้เลยว่ามีประโยชน์ต่อผิวพรรณ และระบบการทำงานภายในร่างกายอย่างแท้จริง

ทุเรียน

3. มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทสายตา และสมอง

บอกเลยว่านี่อาจจะเป็นความลับอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สุขภาพดีทางระบบประสาทและสมอง รวมไปถึงดวงตา นั่นก็คือการรับประทานทุเรียนเป็นประจำ ทุเรียนนั้นมีคุณสมบัติช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองรวมไปถึงดวงตาได้ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีกรดอะมิโน และวิตามินอีรวมไปถึงวิตามินดีจะมีประโยชน์ มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและระบบประสาทได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าหากคุณรับประทานเป็นประจำจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากเลยทีเดียว จึงอยากแนะนำให้คุณลองรับประทานทุเรียนอย่างน้อยวันละ 1 พู  ก็จะสามารถช่วยบำรุง และดูแลสุขภาพได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

สรุป

ทุเรียนนั้นนับว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากเลยทีเดียว สำหรับการรับประทานตามฤดูกาลเพื่อความอร่อย แต่ถ้าหากคุณอยากจะได้ถึงประโยชน์ในการดูแลร่างกายทุเรียนนั้น ก็สามารถรับประทานให้ดีต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามผลไม้ฤทธิ์ร้อนนี้ก็ควรจะรับประทานแต่พอดี ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลเสียได้ คุณควรใส่ใจ และควรระวัง

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy-healthy