Categories
good health

4 วิธีป้องกันโควิด-19 ช่วงฤดูฝน

    

     โควิด-19  เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางทางเดินหายใจ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือหากมีอาการรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เชื้อไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่วโลก  เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันอาการจากการติดโควิด-19 ไม่ให้รุนแรง และต้องดูแลลูกหลานที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีให้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

โควิด-19สามารถติดต่อได้ทางไหนบ้าง

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

1.โควิด-19 สามารถตติดต่อได้ผ่านทางเดินหายใจโดยนำเชื้อไวรัสเข้าไปจากผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ผ่านการไอ จาม สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ไกลถึง2เมตรและเชื้อไวรัสยังคงอยู่ในอากาศได้นาน 5 นาที ควรเว้นระยะห่าง 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยอีก1ชั้นค่ะ

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

2.โควิด-19 สามารติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสิ่งของ อุปกรณ์ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ คุณอาจไม่รู้ว่าเจ้าเชื้อโควิด-19นี้ มันสามารถมีชีวิตอยู่ในลูกบิดประตู โต๊ะ กระดาษทิชชู่ เสื้อผ้าที่ โทรศัพท์ เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ลงน้ำได้ ส่วนธนบัตรเชื้อคงอยู่นาน 5 วัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้เงินสด ควรใช้การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์จะดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา อย่างตู้เย็นอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเชียวค่ะ จึงไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่แออัดและเป็นระบบปิด เป็นห้องแอร์ที่มีอากาศไม่ถ่ายเทค่ะ ซึ่งหลังสัมผัสสิ่งของที่เป็นของสาธารณะ ก่อนรับประทาน หลังรับประทานอาหาร  ควรล้างมือให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอนด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ และไม่ควรใช้มือสัมผัสใบหน้า ไม่ควรขยี้ตา/แคะจมูก ไม่ควรใช้รถสาธารณะ

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

3.สังเกตอาการ จากการสำรวจผู้ป่วยที่ติดควิด-19 ภายใน 14 วัน พบว่ามีอาการ ดังนี้ มีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีน้ำมูก ไอจามแห้งๆ อ่อนเพลีย เสมหะ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะเชื้ออาจลงคอไปแล้ว ปวดศรีษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น อาเจียน หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้ง 1669เพื่อรับตัวส่งรพ. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผ้าระวัง คือ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

4.ฤดุฝน อาจทำให้เกิดโรคที่มีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 อาจทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดววัคซีนฟรี ปีละ 1 ครั้ง และไข้เลือดออก ป้องกันด้วยการเก็บบ้าน เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในน้ำขังที่อยู่ภายในบ้าน จึงต้องหมั่นสังเกตอาการ และไม่ตื่นตระหนก

Categories
good health

4 วิธีแก้ไขสุขภาพจิต เคล็ดลับแบบง่ายเริ่มต้นได้ที่บ้าน 

ในช่วงนี้ทุก ๆ คนน่าจะสูญเสียพลังทางด้านความรู้สึกในแง่บวกกันอย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่นั้นมีแต่คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเชื้อไวรัส covid 19 แต่คุณเชื่อไหมว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่คนไทยกำลังพบเจอกันเป็นจำนวนมาก คือ สุขภาพจิต และความเครียด ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้สะสมอยู่ในความรู้สึกของทุกคนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ที่บ้าน และไม่สามารถออกไปไหนได้ เราจึงอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวคุณเองแบบง่าย ๆ เริ่มต้นได้ที่บ้าน

1. การคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย 

วิธีนี้ได้ผลดีมากสำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นหดหู่เศร้าหมอง และไม่ค่อยอยากจะทำอะไรในปัจจุบัน อยากแนะนำให้คุณนั้นพยายามออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค ภายในบ้านหรือหาอุปกรณ์แบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าขนหนู ขวดน้ำหรือว่าจะเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ลดความเครียดได้ และยังทำให้คุณนั้นมีสุขภาพดีได้ง่าย ๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องออกไปออกกำลังกายภายนอก 

2. เปลี่ยนแปลงบรรยากาศของห้องและบ้านของคุณให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น 

สำหรับช่วงเวลาที่คุณรู้สึกเครียดหรือเบื่อที่คุณจะต้องใช้ชีวิตอยู่บ้าน ขอแนะนำให้คุณจัดแจงพื้นที่บ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องที่ตกแต่งแล้วดูดีมีสไตล์ หรือจะเป็นการเคลื่อนที่ของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าบ้านของคุณนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และองค์ประกอบให้เหมือนเดิมจะทำให้คุณผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ชาวต่างชาตินิยมใช้เป็นอย่างมาก เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศรอบตัวสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้า และวิธีนี้ก็สามารถช่วยทำให้คุณนั้นผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน 

3. พยายามเปิดเมนูอาหารทำเอง 

การทำอาหารก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีสำหรับการผ่อนคลายสุขภาพจิตใจของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสะสมเมื่อเวลาเราอยู่บ้านเป็นเวลานาน ๆ แล้วไม่ได้ออกไปไหนเลย คุณก็สามารถใช้วิธีนี้ได้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนอาหารจานเด่นของคุณให้กลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ จะมีประโยชน์มากกับคนขี้เบื่อ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มสีสันในชีวิตประจำวันคุณได้รับรองได้งานนี้คุณคงจะไม่บ่นกับเรื่องอาหารที่ซ้ำซากจำเจอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้คุณหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมนะเมนูเพียบเลย 

4. หาทางพูดคุย และทางระบายความรู้สึก 

นี่อาจจะเป็นวิธีการสุดท้ายที่อยากจะแนะนำ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ สำหรับคนที่มีสุขภาพจิตย่ำแย่ และต้องการระบายความเครียดออกมา การที่เราได้เล่าให้ใครสักคนหนึ่งฟังในสิ่งที่เรารู้สึกไม่ดีอยู่ในปัจจุบัน เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ได้ผลดีมากที่สุดที่สามารถช่วยลดความเครียดได้อย่างทันท่วงที ขอแนะนำให้คุณพูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือถ้าหากไม่มีก็สามารถติดต่อทางด้านทีมแพทย์โดยตรงได้ที่กรมสุขภาพจิตก็จะสามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากเช่นเดียวกัน 

สรุป 

การดูแลสุขภาพจิตของตัวเองหรือคนที่คุณรักอยู่ในครอบครัวในช่วงเวลาที่โรคระบาด covid-19 กำลังคุกคามเข้ามาในชีวิตของคนไทย อยากแนะนำให้คุณนั้นดูแล และใส่ใจสุขภาพ แน่นอนไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายแต่คุณก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง กับโรคระบาดครั้งนี้ขอให้ทุกคนโชคดี 

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

4 วิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพ จากการใช้ห้องน้ำรวม

             ห้องน้ำรวมหรือห้องน้ำสาธารณะ คือสถานที่ที่มีคนใช้ขับถ่ายของเสียทั้งหนัก-เบาร่วมกัน และในห้องน้ำสาธารณะที่ขาดการดูแลอย่างเหมาะสม อาจจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ทำให้หลาย ๆ คนมีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องของการติดเชื้อ โดยเฉพาะเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งอวัยวะเพศกับท่อปัสสาวะเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จากห้องน้ำสาธารณะมากที่สุด ห้องน้ำสาธารณะแหล่งรวมเชื้อโรค

             สำหรับห้องน้ำสาธารณะแล้วไม่เพียงแค่ชักโครกเท่านั้นที่เป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค ทั้งลูกบิดประตู และก๊อกน้ำ ก็เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคด้วยเช่นกัน

เข้าห้องน้ำสาธารณะเสี่ยงต่อโรคจริงหรือ

             โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็เป็นโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับห้องน้ำที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม แม้ว่าโดยความเป็นจริงแล้ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่จะเกิดจากการใช้ห้องน้ำร่วมกันนั้นเป็นไปได้น้อยมาก อย่างหนองในแท้,หนองในเทียม,เริม, เอชพีวี, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบี และการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้โดยการใช้ห้องน้ำร่วมกัน จึงทำให้หลาย ๆ คนอาจสบายใจขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

โรคพยาธิในช่องคลอด

             แต่สำหรับพยาธิในช่องคลอดนั้นได้รับการยกเว้น  เพราะถ้าติดต่อผ่านการสัมผัสฝารองนั่งที่เปียกน้ำ และสกปรก ซึ่งอาจพบในเพศชายได้ด้วย โรคพยาธิในช่องคลอดนั้น ทำให้เกิดอาการคัน และอักเสบระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งจะทำให้เจ็บปวดในขณะปัสสาวะ มีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาว และมีสีที่เปลี่ยนไป ในเพศชายนั้นอาจจะมีหนอง หรือของเหลวไหลออกจากท่อปัสสาวะ และถ้ามีอาการเหล่านั้นควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษา ซึ่งโรคนี้พบได้บ่อย และรักษาให้หายขาดได้

สิ่งที่ควรทำ เมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะ

             สำหรับหลาย ๆ คนเมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะ ต้องทำการเช็ดทำความสะอาดฝารองนั่งก่อนเสมอ ถึงแม้จะมีพนักงานทำความสะอาดอยู่เป็นประจำก็ตาม และสิ่งที่ต้องระวังมากกว่า คือ สิ่งสกปรกที่อยู่ใต้ฝารองนั่ง ที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ชายแล้วอาจจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้ จากการใช้มือยกฝารองนั่งขึ้นเพื่อปัสสาวะ

การป้องกันการติดเชื้อจากห้องน้ำสาธารณะ

            คนส่วนใหญ่ที่ใส่ใจต่อสุขภาพอนามัยของตน ต้องรู้จักล้างมือทำความสะอาดบ่อย ๆ เพื่อที่จะชำระสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคก่อนสัมผัสกับร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การขยี้ตา, การจับปากจับจมูก และในการล้างมือให้สะอาดนั้นก็เป็นการช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง หรืออาจต้องใช้วิธีเหล่านี้เพื่อให้ปลอดภัยจากโรค

1.  ควรเข้าห้องน้ำที่โถชักโครกดูสะอาดที่สุด ๆ

2.  ก่อนการทำธุระควรปิดฝา และกดชักโครก 1 ครั้งก่อนเพื่อทำความสะอาด

            3. ให้หลีกเลี่ยงห้องที่ฝารองนั่งยังเปียกน้ำอยู่ หรือห้องที่สกปรกมีสิ่งปฏิกูลของคนอื่นค้างอยู่

            4. ให้ทำความสะอาดในบริเวณที่จะนั่ง โดยใช้แอลกอฮอล์แบบพกพา ฉีดแล้วเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย และเช็ดให้แห้งสนิท หรือจะใช้กระดาษชำระรองนั่ง โดยฝาชักโครกจะต้องแห้งสนิท

            ในการเข้าห้องน้ำสาธารณะไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม โรงพยาบาล,ห้างสรรพสินค้า, หรือตามปั๊มน้ำมันก็ตาม สิ่งหนึ่งเลยที่ไม่ควรจะลืม นั่นก็คือกระดาษทิชชูที่จะนำมาใช้ทำความสะอาด และยังช่วยในการป้องกันเชื้อโรคได้ระดับหนึ่งอีกด้วย หากจะให้ดีที่สุดควรที่จะเตรียมกระดาษสำหรับรองนั่งด้วย เพื่อใช้ป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

ขอบคุณภาพโดย https://pixabay.com/

Categories
good food

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด

โรคหวัด ไม่ใช่เฉพาะในหน้าฝนเท่านั้น ที่เราจะสามารถติดเชื้อหวัดได้ ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถติดเชื้อโรคหวัดได้อยู่เสมอ จากสภาพแวดล้อม ที่มีแต่มลพิษแทบทุกแห่งบนโลก แถมในตอนนี้ยังมีโรคระบาดโควิด-19 อีกต่างหาก แหล่งเสื่อมโทรม ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เป็นแหล่งกระจายเชื้อโรคได้อย่างดี

ในบทนี้จึงขอนำ 7 อาหารที่ช่วยต้านโรคหวัดมาฝากทุกคนกัน เพื่อจะได้ทราบว่าในแต่ละวันเราควรจะทานอาหารอะไรบ้าง เพื่อช่วยป้องกันเชื้อโรคหวัด อย่างน้อยก็จะทำให้เรามีภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆได้มากขึ้น ใครอยากจะทราบกันแล้ว เรามาติดตามกันเลย ว่ามีอาหารอะไรบ้างนะ

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด
  1. ผลไม้ตระกูลส้ม

ลูกกลมๆสีส้มๆสวยสดใส มีหลายพันธุ์ให้เราเลือกทานไม่ว่าจะเป็นส้มเขียวหวานหรือส้มพันธุ์อื่นๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูงมาก การทานส้ม จึงช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย นอกจากนี้ส้มยังเป็นผลไม้ที่ช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ และยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

  • โยเกิร์ต

ในโยเกิร์ตนั้นอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ขนาดเล็กนับล้านๆตัว การทานโยเกิร์ตจึงสามารถช่วยเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มสารแอนติบอดี้บางชนิดในร่างกายได้ ทำให้ช่วยในการบรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้ได้ด้วย

  • เมนูยำรสเด็ด

เพราะว่าในส่วนประกอบของยำแต่ละประเภทนั้นมักจะมีส่วนประกอบไปด้วยหอมหัวใหญ่ พริกขี้หนู กระเทียม ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติในการป้องกันโรค เช่น แก้หวัด คัดจมูก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เหมาะที่จะทานมากๆในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น ยำวุ้นเส้น ยำรวมมิตร ยำทะเล เป็นต้น

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด
  • น้ำผลไม้สมูทตี้ และน้ำสมุนไพร

โบกมือลาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วเปลี่ยนมาเป็นการดื่มน้ำผักผลไม้ หรือน้ำสมุนไพรแทน เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคหวัดได้ดี โดยเฉพาะเมื่อตอนที่เป็นหวัดแล้ว ควรดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าอุ่นๆ จะช่วยลดน้ำมูกและช่วยบรรเทาอาการหวัด หรือน้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ น้ำสมุนไพรที่เราทำเองได้ง่ายๆ

มีประโยชน์มากๆโดยเฉพาะกับผู้ที่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จากโรคหวัด ให้นำต้นตะไคร้มาหั่นเป็นท่อนๆ แบบบุบพอแตก ต้มกับน้ำเปล่าให้เดือด ดื่มหรือจิบบ่อยๆ จะช่วยในการบรรเทาอาการหวัดได้ แต่ถ้ายังไม่เป็นหวัดก็สามารถต้มน้ำตะไคร้ดื่มแบบเย็นๆได้เช่นกัน ถือเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

  • อาหารที่มีวิตามินซีสูง และสารต้านอนุมูลอิสระ

อาหารที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ หาทานได้ไม่ยาก อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ซึ่งอาหารที่มีสารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคและช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และป้องกันการติดเชื้อได้อีกด้วย เช่น กะหล่ำปลี แครอท ผักใบสีเขียวจัดๆ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด
  • ซุปไก่ร้อนๆ

การทานเมนูซุปไก่จะช่วยลดอาการคัดจมูก ควรเติมผักเข้าไปในซุปด้วยจะดีมาก เพื่อเพิ่มสารอาหาร เช่น หอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ มันฝรั่ง ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย แถมยังช่วยลดอาการไอได้ด้วยสิ

  • อาหารรสเผ็ด

อาหารที่มีรสเผ็ดจะช่วยให้เรารู้สึกจมูกโล่ง หายคัดจมูกได้ ก็คือเมนูอาหารรสเผ็ดร้อนอะไรก็ตามที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกแห้ง รวมไปถึงพริกไทย และสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ เมนูง่ายๆที่มีพริกเป็นส่วนประกอบเช่น พริกขี้หนูในต้มยำ พริกชี้ฟ้าในผัดเผ็ด พริกไทยในแกงเลียง พริกแห้งในลาบ หรือใครที่ทานเผ็ดไม่ได้ แนะนำให้ทำน้ำขิงร้อนๆดื่มแทนก็ได้ ก็จะช่วยให้ระบบการหายใจทำงานคล่องขึ้นเช่นกัน

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด

นี่ก็คือ 7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด ที่นำมาฝากกันในบทนี้ ลองนำไปเป็นหลักในการเลือกทานเมนูอาหารที่ช่วยต้านโรคหวัดเหล่านี้กัน ในมื้ออาหารที่เราต้องทานในแต่ละวัน แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเคล็ดลับเรื่องสุขภาพที่จะไปสรรหามาฝากกันอีกได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเคล็ดลับสุขภาพเรื่องอะไรกันบ้าง เราต้องมาติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy-healthy

Categories
good health

   การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด19

       สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ไปทั่วโลกที่ยาวนานถึง 2 ปี ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ และมีผู้ติดเชื้อรายวันสูงมาก ทำให้เราต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ และทำให้สุขภาพกาย สุขภาพจิตของเราเสีย หลายคนรู้สึกท้อกับปัญหาและอุปสรรคส่วนตัวในช่วงนี้ เราจึงมี 10 วิธี ดูแลสุขภาพจิตและกายในช่วงนี้

Cr.pic; https://www.scholarship.in.th/

1.ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีทุกวันหรืออาทิตย์ละ 3 วัน  นั่งพักผ่อนหย่อนใจหามุม สบายๆ นั่งพักถ้านั่งทานทั้งวัน  ควรเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง หลังเลิกงานหากิจกรรมที่ชอบทำ

2. ใช้คำพูดที่ชวนฟังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน  และมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://www.scholarship.in.th/

3. จัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม ตั้งสติ ไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คิดถึงผลดี ผลเสียที่จะตามมา

4. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส เอื้อเพื่อเพื่อแผ่ ช่วยเหลือชึ่งกันและกัน

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://th.jobsdb.com/

5. รู้จักบริหารเวลา แบ่งเวลาอย่างเหมาะสม เช่น ทำงานที่สำคัญหรือเร่อด่วนก่อน แล้วจึงทำงานอื่นภายหลัง

6. แสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ กล้าบอกความต้องการของตนเอง ตามสิทธิที่ควรจะได้รับ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพื่อให้มีความสุขในการทำงาน

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://th.jobsdb.com/

7. สร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้ตนเอง ให้กำลังใจและชื่นชมตนเอง เมื่อทำอะไรสำเร็จ

8. รู้จักเก็บออม ฝึกให้เป็นนิสัย การมีเงินออมจะทำให้มีความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://th.jobsdb.com/

9. รู้จักแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี หาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา และแก้ที่ อย่าแก้ปัญหาถ้วยอารมณ์หรือขอรับการปรึกชาทางโทรศัพท์ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

10   ดูแลสุขภาพกายกันด้วยการตรวจสุขภาพก็เหมือนกับการประเมินสภาพร่างกายของเราว่า ภายในร่างกายเรายังแข็งแรงอยู่หรือไม่หรือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตหรือเปล่าและหากตรวจพบว่ามีอาการบางอย่างที่ส่อเค้าว่าอาจพบโรคบางโรคในระยะเริ่มต้น เราจะได้เตรียมปรึกษาคุณหมอเพื่อดูแลและรักษาสุขภาพให้ห่างไกลโรคแต่เนิ่นๆ ส่วนข้อจำกัดในการเลือกว่าจะตรวจสภาพร่างกายลักษณะใดนั้น

สามารถแบ่งองค์ประกอบโดยขึ้นอยู่กับอายุเพศ และความเสี่ยงเป็นหลัก แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง การตรวจสภาพร่างกายมีหลายวิธี หากไม่มีข้อบ่งชี้หรืออาการที่แสดงออกมาก็สมควรที่จะต้องเลือกการตรวจวิเคราะห์สภาพร่างกาย บางอย่าง เพราะการตรวจบางประเภทนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่นหากต้องทำ CT Scan ทั้งตัวเพื่อหามะเร็ง คุณอาจจะได้รับรังสีมากจนเกินไปทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ซึ่งเป็นข้อควรระวัง

ที่ผ่านมามีหลายคนที่ตรวจสุขภาพเสร็จแล้วแต่ไม่ทราบว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือควรต้องระมัดระวังเรื่องอะไรบ้างแสดงว่าคุณได้ประโยชน์แค่ครึ่งเดียวคือการค้นหาโรคที่อาจจะพบเจอจากการตรวจสุขภาพแต่คุณยังไม่ได้ป้องกันตัวเองจากโรคต่างๆที่อาจะเกิดขั้นภายหลังถ้าคุณไม่พึงระวัง

        ยิ่งมีการแพร่ระบาดของโควิด19 ก็ต้องดูแล ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจกันให้ดีทั้งตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก  หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Categories
good health

4 วิธีป้องกันโควิด-19

4 วิธีป้องกันโควิด-19 ช่วงฤดูหนาว

โควิด-19 เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางทางเดินหายใจ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือหากมีอาการรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เชื้อไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่วโลก  เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันอาการจากการติดโควิด-19 ไม่ให้รุนแรง และต้องดูแลลูกหลานที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีให้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

โควิด-19สามารถติดต่อได้ทางไหนบ้าง

วิธีป้องกันโควิด
วิธีป้องกันโควิด

1.โควิด-19 สามารถตติดต่อได้ผ่านทางเดินหายใจโดยนำเชื้อไวรัสเข้าไปจากผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ผ่านการไอ จาม สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ไกลถึง2เมตรและเชื้อไวรัสยังคงอยู่ในอากาศได้นาน 5 นาที ควรเว้นระยะห่าง 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยอีก1ชั้นค่ะ

วิธีป้องกันโควิด
วิธีป้องกันโควิด

2.โควิด-19 สามารติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสิ่งของ อุปกรณ์ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ คุณอาจไม่รู้ว่าเจ้าเชื้อโควิด-19นี้ มันสามารถมีชีวิตอยู่ในลูกบิดประตู โต๊ะ กระดาษทิชชู่ เสื้อผ้าที่ โทรศัพท์ เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ลงน้ำได้ ส่วนธนบัตรเชื้อคงอยู่นาน 5 วัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้เงินสด ควรใช้การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์จะดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา อย่างตู้เย็นอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเชียวค่ะ จึงไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่แออัดและเป็นระบบปิด เป็นห้องแอร์ที่มีอากาศไม่ถ่ายเทค่ะ ซึ่งหลังสัมผัสสิ่งของที่เป็นของสาธารณะ ก่อนรับประทาน หลังรับประทานอาหาร  ควรล้างมือให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอนด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ และไม่ควรใช้มือสัมผัสใบหน้า ไม่ควรขยี้ตา/แคะจมูก ไม่ควรใช้รถสาธารณะ

วิธีป้องกันโควิด
วิธีป้องกันโควิด

3.สังเกตอาการ จากการสำรวจผู้ป่วยที่ติดควิด-19 ภายใน 14 วัน พบว่ามีอาการ ดังนี้ มีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีน้ำมูก ไอจามแห้งๆ อ่อนเพลีย เสมหะ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะเชื้ออาจลงคอไปแล้ว ปวดศรีษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น อาเจียน หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้ง 1669เพื่อรับตัวส่งรพ. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผ้าระวัง คือ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

4.ฤดูหนาว อาจทำให้เกิดโรคที่มีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 อาจทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดววัคซีนฟรี ปีละ 1 ครั้ง และไข้เลือดออก ป้องกันด้วยการเก็บบ้าน เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในน้ำขังที่อยู่ภายในบ้าน จึงต้องหมั่นสังเกตอาการ และไม่ตื่นตระหนก

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Categories
good food

ผู้ป่วยโควิด 19 กินอะไรได้บ้าง

ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง รับประทานอะไรถึงฟื้นตัวได้เร็ว 

คำถามที่น่าได้รับคำตอบมากที่สุดใน ณ ตอนนี้ นั่นก็คือ อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรค covid-19 สำหรับใครที่เป็นโรคนี้อยู่ในปัจจุบันหรือว่ามีคนที่เรารู้จักนั้นเป็นอยู่ ก็ต้องบอกก่อนเลยว่าถ้าคุณดูแลสุขภาพแบบดี ๆ คุณนั้นสามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพของตัวเองได้ โดยเฉพาะทางด้านอาหารการกิน ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ใส่ใจทางด้านเรื่องนี้แล้วมีสิทธิ์ที่จะเลือกรับประทานอาหารได้ คุณก็จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าใคร อยากแนะนำอาหารเหล่านี้รับประกันได้เลยว่าช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน 

ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง
ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง

1. อาหารย่อยง่าย และเป็นอาหารรสชาติอ่อน 

หนึ่งในความเชื่อที่ได้ผลจริง คือ ผู้ป่วยกินอาหารอ่อนได้ดีกว่าอาหารรสชาติจัดจ้าน และเคี้ยวยาก ซึ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรค covid – 19 ก็เช่นเดียวกัน คุณควรจะหาอาหารอ่อนให้รับประทาน ไม่ว่าจะเป็น โจ๊ก ข้าวต้ม ปลานึ่ง อาหารรูปแบบต้ม สิ่งเหล่านี้ก็มีประโยชน์มากพอสมควร และดูดซึมได้ง่าย คุณควรจะหามาให้รับประทานบ่อย ๆ ซึ่งจะทำให้ร่างกายของผู้ป่วย covid 19 นั้นฟื้นตัว และดูดซึมสารอาหารได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ซึ่งนั่นนับว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง 

2. ไข่ต้ม และผักสมุนไพรวันละ 1 มื้อไม่ควรพลาด 

สิ่งที่เรียบง่ายมากที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพเกี่ยวกับผู้ป่วยโรค Covid – 19 นั่นก็คือการรับประทานอาหารที่ถูกโภชนาการ และมีประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังรับประทานอาหาร ขอแนะนำไข่ต้ม และก็ผักต้มหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลี ผักบุ้ง กระเจี๊ยบเขียว มะละกอนึ่งหรือจะเป็นผักสมุนไพรรูปแบบอื่นก็สามารถรับประทานได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากคุณนั้นรับประทานได้อย่างถูกวิธี ก็จะช่วยเสริมสร้าง ร่างกายให้แข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น จะมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านปัญหาเกี่ยวกับโรคโควิด 19 ได้พอสมควรเลยทีเดียว 

ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง
ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง

3. อาหารตัวช่วยที่ควรรับประทานเป็นประจำ 

สำหรับผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรค covid19 หรือผู้ที่มีปัญหาทางด้านการฟื้นตัว อยากจะแนะนำให้คุณนั้นหาสิ่งเหล่านี้มารับประทานไม่ว่าจะเป็น สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ซึ่งจะมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพของคุณ และลดความเสี่ยงการติดเชื้อ มะนาวเลมอน และน้ำผึ้ง มีประโยชน์มากในการช่วยดูดซึม และช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลีย และช่วยบรรเทาอาการไอ และเจ็บคอ รวมไปถึงน้ำขิง นมถั่วเหลือง สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยทำให้ร่างกายคุณนั้นฟื้นฟูร่างกายได้เร็วมากยิ่งขึ้น และยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพโดยรวมอย่างแท้จริง 

ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง
ผู้ป่วยโควิด 19 รับประทานอาหารอะไรได้บ้าง

สรุป 

อาหารเครื่องดื่มที่ดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการดูแลร่างกายโดยรวมอย่างแท้จริงโดยเฉพาะการฟื้นฟูร่างกายสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง covid-19 ซึ่งถ้าหากคุณรับประทานอย่างถูกต้อง จะสามารถช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือทางอ้อมเท่านั้น แต่สิ่งที่ได้ผลจริง ๆ คือการตัดสินใจ และวิเคราะห์ตามอาการของแพทย์ และผู้ป่วยแต่ละบุคคล ขอให้ทุกคนโชคดี

cr.pixabay

Categories
good health

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

10 วิธีดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

การเตรียมที่พักให้พร้อมสำหรับกักตัว

1. แยกห้องนอนและห้องน้ำ จากคนอื่นในครอบครัว จัดห้องนอนให้เรียบร้อย มีอากาศถ่ายเท แสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง ถ้าที่บ้าน มีห้องน้ำห้องเดียวก็ให้เราทำความสะอาดโถส้วม อ่างล้างมือ ลูกบิดประตูห้องน้ำ หลังใช้งานทันทีและล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง

2. แยกของใช้ส่วนตัวมาทำความสะอาด และไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

3. มีอุปกรณ์ไว้สังเกตอาการตัวเองในทุกๆวันที่กักตัวนห้อง ได้แก่ ปรอทวัดไข้ แอลกอฮอล์เจที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น 70%หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทำความสะอาดห้อง

เมื่อถึงเวลา กักตัว 14 วัน ให้เตรียมความพร้อมทั้งกายและใจ  ดังนี้

1.ตื่นเช้ามาให้เริ่มวัดอุณหภูมิทุกวัน ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเชียส สังเกตอาการไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเชียส เจ็บคอ ปวดศรีษะ หายใจลำบาก อยู่เสมอ

2. ถึงจะกักตัวคนเดียวภายในห้อง ก็ต้องหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างถูกวิธีก่อน-หลังรับประทานอาหาร และหลังขับถ่ายทุกครั้งนะคะ

3.เมื่อมีอาการไอจาม ให้ปิดปากและจมูกด้วยทิชชูหรือหาผ้ามาปิดให้ทันก่อนจามออกไปทุกครั้ง แยกขยะที่ถูกสารคัดหลั่งด้วย เช่น ถ้าจะทิ้งหน้ากากอนามัยให้พับด้านที่มีสีเข้าด้านใน ให้เป็นสี่เหลี่ยมแล้วใช้เชือกสำหรับคล้องหูเวลาสวมหน้ากากอนามัยมารัดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้หน้ากากอนามัยที่เราพับนั้นคลายตัว แล้วใส่ลงถุงพลาสติก 2 ชั้น สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนก็พับผ้าอนามัยที่ใช้แล้วม้วนให้เรียบร้อย ใส่ถุงพลาสติก2ชั้นเช่นกันค่ะ แล้วแยกถุงขยะจากคนอื่นในบ้าน

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

4.เมื่อจำเป็นที่จะต้องลงไปเอาสิ่งของในบริเวณทีคนในครอบครัวอยู่ ก็ให้รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1.5-2 เมตรและใช้เวลาให้สั้นที่สุด

5. งดกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกบ้าน ให้เรียนหรือทำงานที่บ้าน

6.คนในครอบครัว ก็ต้องยึดหลักล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตรเช่นกัน

7.ไม่ดื่มน้ำและไม่รับประทานอาหารร่วมกัน เพราะเป็นอีกจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อได้ ถ้าเราเป็นโควิด-19

8.ไม่อยู่ใกล้ชิดเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง หรือมีภาวะแทรกซ้อน หญิงตั้งครรภ์ จนกว่าจะกักตัวครบ 14 วัน คนในครอบครัวจะต้องให้ข้อมูลกับสถานที่ทำงาน สถานศึกษา ว่ามีคนภายในบ้านกักตัว

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

9.กรณีที่อยู่อาศัยอยู่ใน หอพัก คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ในพื้นที่ที่จำกัด อาจทำให้เกิดความเครียด ควรออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ ปลูกต้นไม้ ในทุกๆวันควรสังเกตอาการผิดปกติ อาการที่ต้องมาพบแพทย์ เช่น วัดอุณหภูมิแล้วอุณหภูมิสูงเกิน37.5 องศาเซลเชียส เจ็บคอ ปวดศรีษะ ไอ หายใจลำบาก และปฏิบัติตนเหมือนกับคนที่กักตัวอยู่บ้านค่ะ แต่ต้องเคร่งครัดในเรื่องการแยกขยะ และปิดปากถุงขยะให้มิดชิด เพราะพื้นที่ที่เราอยู่มีความเป็นส่วนรวมมากกว่าค่ะ

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

10.ระหว่างกักตัว 14 วัน ให้หางานอดิเรกทำ หางานที่สร้างรายได้หรือเรียนคอร์สออนไลน์สำหรับพัฒนาตนเอง เพื่อไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่าน เครียด เบื่อ ซึมเศร้าได้

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Cr.pic: spyderautoimport

Categories
good health

ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่

ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้

นับเป็นเวลา 2 ปีแล้วที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีวัคซีนที่ช่วยในการลดการแพร่ระบาดออกมาฉีดให้กับผู้คนจำนวนมากเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในหลายๆ พื้นที่ก็เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ และเริ่มมีการใช้ชีวิตอย่างปกติมากขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด

แต่ก็ดูเหมือนว่าการแพร่ระบาดครั้งนี้จะยังไม่จบลงไปอีกระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าผู้คนจำนวนมากมาจะได้รับวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือเชื้อที่กลายพันธุ์

ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้
ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้

เชื้อของโรคโควิดที่มีการกลายพันธุ์จะมีความสามารถในการต่อสู้กับวัคซีนได้ทำให้บางครั้งวัคซีนก็ไม่สามารถช่วยในการป้องกันการแพร่ระบาดได้นั่นเองซึ่งปัจจุบันนี้ก็เชื้อไวรัสโควิดก็มีสายพันธุ์ต่าง ๆ มากมายเลย แต่ก็ยังมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นมาให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ

ล่าสุดก็ได้มีการค้นพบเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ในทวีปแอฟริกาใต้ ซึ่งเชื้อไวรัสดังกล่าวจะมีการแพร่ระบาดที่รวดเร็วและมีฤทธิ์ต่อต้านวัคซีนได้ดีกว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าเสียอีก ส่งผลให้นายหลาย ๆ พื้นที่ประกาศห้ามเดินทางไปยังประเทศแอฟริกาใต้โดยเด็ดขาด

ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้
ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้

เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายนผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งมีการกลายพันธุ์เป็นจำนวนมาก และมีความกังวลว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้จะไม่สามารถต่อต้านสายพานดังกล่าวได้โดยสายพันธุ์ที่ค้นพบใหม่นี้นักวิทยาศาสตร์ให้ชื่อว่า “B.1.1.529” ซึ่งเมื่อวันพฤหัสที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นจำนวน 22 คน

Tulio de Oliveira ผู้ที่เป็นผู้อำนวยการของ KwaZulu-Natal Research และ Innovation Sequencing Platform ก็รู้สึกตกใจกับเชื้อไวรัสตัวนี้ด้วยเช่นเดียวกันเนื่องจากเชื้อไวรัสตัวนี้มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดและมีการกลายพันธุ์อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งทาง WHO ก็มีความกังวลเช่นเดียวกันว่าการที่มีเชื้อกลายพันธุ์หรือเป็นจำนวนมากนี้จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของเชื้อไวรัส และคงต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เพื่อศึกษาผลกระทบของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่กังวลก็คือเชื้อไวรัส B.1.1.529 จะมีการแพร่กระจายไปสู่ประเทศอื่นนั่นเอง

ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้
ค้นพบไข้หวัดโควิดสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้

การที่เชื้อโควิดมีการกลายพันธุ์ก็อาจจะหมายความว่ามันนั้นจะมีความอันตรายมากขึ้น มีการแพร่กระจายที่รวดเร็วมากขึ้นและวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะมีประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่อต้องเจอกับสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งสำหรับในประเทศแอฟริกาใต้ที่เป็นประเทศที่ค้นพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวนั้นก็เริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนภายในประเทศแล้ว

แต่มีคนฉีดครบ 2 โดสเพียงแค่ 23 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในทวีปแอฟริกาดูเหมือนว่าแต่ยังไม่ได้รับวัคซีนอย่างเพียงพอเนื่องจากเป็นประเทศที่มีความยากจน

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

cr.pic pixabay

Categories
good health

อาการจิตตกปัญหาใหญ่

อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

หนึ่งในสภาวะโรคซึมเศร้าที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยมาก 

แทบไม่น่าเชื่อว่าปัญหาอาการจิตตกของคนไทยทุกวันนี้เพิ่มสูงขึ้นมากเรื่อย ๆ เพราะว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง covid – 19 น่าจะส่งผลโดยตรงกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการดำรงชีวิต แล้วถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ยิ่งทำให้อาการของคุณนั้นย่ำแย่ลงอย่างแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลใจเสมอไปจะมาแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหา และป้องกันพร้อมทั้งบรรเทาอาการจิตตกก่อนที่คุณจะเป็นโรคซึมเศร้าอย่างแท้จริง 

อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด
อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

1. วิธีการป้องกัน สภาวะ Languishing

สำหรับผู้มีปัญหาทางด้านสุขภาพ และอาการเหล่านี้หมายถึงอาการที่มองโลกในแง่ลบ ส่วนใหญ่ประมาณ 80% มักจะเป็นกับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหากับชีวิตอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการใช้ชีวิตในปัจจุบันหรือจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ผู้ที่มีปัญหาในลักษณะนี้จะมองโลกกว้างในแง่ลบทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตของตัวเอง วิธีการแก้ไขที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือหางานอดิเรกเพื่อมาเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นงานประดิษฐ์ การเลี้ยงสัตว์หรือตกแต่งต้นไม้ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยทำให้คุณสุขภาพดีขึ้นได้

2. วิธีการป้องกันสภาวะ hurt yourself เนื่องจากความเครียด 

หลายท่านอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับสภาวะฮอร์โมนในร่างกาย และอารมณ์ คือทุกคนสามารถเกิดความเครียดจนถึงขั้นอยากจะทำร้ายตัวเองได้ ส่วนใหญ่ประมาณ 80% ของผู้ที่มีปัญหาในลักษณะนี้นั้นจะเป็นกลุ่มคนที่มีสุขภาพจิตที่แลดูปกติมาก ซึ่งเหล่านั้นจะไม่สามารถสังเกตได้โดยง่าย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเก็บกดแบบลึก เนื่องจากความเครียดถูกกดดันบีบบังคับ วิธีการแก้ไขนั่นก็คือ การพบจิตแพทย์โดยตรง หลังจากนั้นควรจะหาคนพูดคุยเป็นประจำ วิธีนี้จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะว่าการระบาย และการสื่อสารจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ได้ผลดี 100% 

อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด
อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

3. วิธีการป้องกันสภาวะ high stress

high stress อาการนี้ทางการแพทย์เรียกว่าความเครียดสะสม ซึ่งเป็นอาการที่คนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้พบเจอกันเยอะมาก และทำให้ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทางด้านนาฬิกาชีวิต หรือจะเป็นการใช้ชีวิตโดยรวมวิธีการแก้ไขปัญหานี้ นั่นก็คือ คุณควรพยายามตั้งสมาธิ และปฏิเสธเรื่องราวทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นภายนอกไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่เลวร้ายก็ตาม ด้วยวิธีนี้จะสามารถทำให้วงจรความเครียดของคุณนั้นลดลงได้ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องพึ่งยาหรือปรึกษาแพทย์แต่อย่างใด และจะเป็นวิธีการป้องกันปัญหาโรคซึมเศร้าในอนาคตที่ได้ผลดีอีกด้วย 

อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด
อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด

สรุป 

ความเครียดอาการจิตตกปัญหาสุขภาพ และความเป็นความตายทางด้านธุรกิจปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำ ให้หลายคนเป็นเพียงแค่โรคจิตตกได้ แต่ถ้าหากคุณรู้จักวิธีการรับมือ คุณก็สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน หวังว่าจะสามารถช่วยเหลือทุกคนได้ใน ณ ตอนนี้ ขอให้ทุกคนโชคดี และผ่านพ้นเรื่องเหล่านี้ไปด้วยกัน 

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy