Categories
good food Uncategorized

5 คุณประโยชน์ของเมนูเต้าหู้แสนอร่อย

เต้าหู้ มีการผลิตออกมาจำหน่ายในหลายรูปแบบ เช่น เต้าหู้แผ่น เต้าหู้หลอด เต้าหู้แบบเนื้อนิ่มๆ มีวางจำหน่ายมากมายตามห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เกตทั่วๆไป เรานิยมนำเต้าหู้มาทำเป็นสารพัดเมนูอาหารคาว ทานกับข้าวในแต่ละมื้อของครอบครัว

เพราะว่าความอร่อย และเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในบทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ของเต้าหู้มาฝากทุกคนกัน ใครที่ชอบทำหรือซื้อเมนูเต้าหู้มาทาน เรามาติดตามกันเลย

  1. การทานเมนูเต้าหู้เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะเนื่องจากเต้าหู้นั้นมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ไม่ต้องใช้แรงมากๆในการบดเคี้ยว สำหรับผู้สูงอายุ เป็นอาหารที่ย่อยง่าย และอัดแน่นไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนที่ดี มีคุณประโยชน์ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ดีอีกด้วย
  2. ในเมนูอาหารที่มีเต้าหู้นั้นประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก ที่มีอยู่ในเต้าหู้นั่นเอง การทานเมนูเต้าหู้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงการมีประจำเดือนอีกด้วย
  • เต้าหู้นั้นเป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ จึงเป็นข้อดีสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการจำกัดการทานน้ำตาล รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักด้วย
  • การทานเมนูเต้าหู้มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ แน่นอนที่ว่า เต้าหู้ นั้นเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการสูงโดยเฉพาะโปรตีน ประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 7.4 ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 8 ชนิด ที่ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาใช้เองได้นั่นเอง
  • ในเต้าหู้นั้นมีสารเลซิติน การทานเมนูเต้าหู้ของเราจึงมีส่วนในการช่วยลดไขมันและช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ และฮอร์โมนจากพืช ไฟโตเอสโตเจน ที่มีผลรับรองการวิจัยได้ค้นพบว่ามีผลในการป้องกันมะเร็งและมีผลดีต่อสุขภาพของผู้หญิงวัยทอง คือ การทานเมนูเต้าหู้ในผู้หญิงวัยทองจะช่วยชะลอภาวะหมดประจำเดือนและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

และก่อนที่เราจะจบบทนี้ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนั้นสามารถเลือกทานเมนูเต้าหู้ทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลยเช่นกัน เนื่องจากว่าเต้าหู้จะช่วยทำให้ท้องอิ่มนาน และยังเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูงอีกด้วย แม้ว่าจะมีไขมันอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไขมันที่ดี และมีปริมาณต่ำกว่า เมื่อเรานำไปเปรียบเทียบกับในเนื้อหมูหรือเนื้อวัว และเรายังจะได้รับคุณประโยชน์ดี ๆ จากแคลเซียมและธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด กระดูกและฟันของเราได้ดีอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 คุณประโยชน์ของเต้าหู้ที่เรานำมาฝากกันในบทนี้ ทราบแล้วต้องรีบหาทานเมนูเต้าหู้กันให้มากขึ้นแล้วล่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่น่าสนใจกันต่อได้ในทุกสัปดาห์ จะนำเรื่องอะไรมาฝากกันอีก ต้องคอยติดตาม

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

4 วิธีป้องกันโควิด-19 ช่วงฤดูฝน

    

     โควิด-19  เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางทางเดินหายใจ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือหากมีอาการรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เชื้อไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่วโลก  เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันอาการจากการติดโควิด-19 ไม่ให้รุนแรง และต้องดูแลลูกหลานที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีให้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

โควิด-19สามารถติดต่อได้ทางไหนบ้าง

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

1.โควิด-19 สามารถตติดต่อได้ผ่านทางเดินหายใจโดยนำเชื้อไวรัสเข้าไปจากผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ผ่านการไอ จาม สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ไกลถึง2เมตรและเชื้อไวรัสยังคงอยู่ในอากาศได้นาน 5 นาที ควรเว้นระยะห่าง 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยอีก1ชั้นค่ะ

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

2.โควิด-19 สามารติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสิ่งของ อุปกรณ์ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ คุณอาจไม่รู้ว่าเจ้าเชื้อโควิด-19นี้ มันสามารถมีชีวิตอยู่ในลูกบิดประตู โต๊ะ กระดาษทิชชู่ เสื้อผ้าที่ โทรศัพท์ เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ลงน้ำได้ ส่วนธนบัตรเชื้อคงอยู่นาน 5 วัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้เงินสด ควรใช้การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์จะดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา อย่างตู้เย็นอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเชียวค่ะ จึงไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่แออัดและเป็นระบบปิด เป็นห้องแอร์ที่มีอากาศไม่ถ่ายเทค่ะ ซึ่งหลังสัมผัสสิ่งของที่เป็นของสาธารณะ ก่อนรับประทาน หลังรับประทานอาหาร  ควรล้างมือให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอนด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ และไม่ควรใช้มือสัมผัสใบหน้า ไม่ควรขยี้ตา/แคะจมูก ไม่ควรใช้รถสาธารณะ

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

3.สังเกตอาการ จากการสำรวจผู้ป่วยที่ติดควิด-19 ภายใน 14 วัน พบว่ามีอาการ ดังนี้ มีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีน้ำมูก ไอจามแห้งๆ อ่อนเพลีย เสมหะ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะเชื้ออาจลงคอไปแล้ว ปวดศรีษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น อาเจียน หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้ง 1669เพื่อรับตัวส่งรพ. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผ้าระวัง คือ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

4.ฤดุฝน อาจทำให้เกิดโรคที่มีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 อาจทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดววัคซีนฟรี ปีละ 1 ครั้ง และไข้เลือดออก ป้องกันด้วยการเก็บบ้าน เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในน้ำขังที่อยู่ภายในบ้าน จึงต้องหมั่นสังเกตอาการ และไม่ตื่นตระหนก

Categories
good food

4 เหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช

   โปรตีนทางเลือกเป็นโปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์ แต่ได้ผลิตจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และโปรตีนที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงในห้องทดลองสำหรับโปรตีนทางเลือกนี้ ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างเช่นมีไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำไม่มีคอเลสเตอรอล

โดยมีกากใยอาหารสูงอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และยังให้พลังงานที่ต่ำกว่าเนื้อสัตว์ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก จึงทำให้โปรตีนทางเลือกถูกให้ความสำคัญมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภค ที่รักสุขภาพกันมากขึ้น อีกทั้งได้ตระหนักต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนทางธรรมชาติ

จึงทำให้หันไปนิยมรับประทานโปรตีนทางเลือกอื่น เพื่อใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ อีกทั้งได้มีการตระหนักว่าประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเร็วกว่าการผลิตอาหาร จึงเป็นเหตุทำให้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และเมื่อพูดถึงการเติบโต และสุขภาพของร่างกายแล้ว การบริโภคอาหารเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อสิ่งเหล่านั้น และสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือโปรตีน ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

เหตุผลที่ต้องเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช

    สำหรับเหตุผลที่ต้องเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช คือ

   1.โปรตีนพืชเหมาะกับผู้สูงวัยเพื่อการดูดซึมที่ดี  

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อก็เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่ผู้สูงวัยจะต้องเสริมโปรตีนจากอาหาร เพื่อจะได้ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ และด้วยผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงของระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารแย่ลง ดังนั้นการบริโภคเนื้อสัตว์มากไป จึงอาจทำให้เกิดท้องอืดอาหารไม่ย่อยและขาดใยอาหาร ที่จะช่วยเรื่องการขับถ่าย เพราะฉะนั้นโปรตีนจากพืช จึงเป็นตัวช่วยที่เหมาะสมเพราะดูดซึมง่าย

  2. โปรตีนจากพืชแคลอรี่ต่ำและใยอาหารสูง 

พืชมีแคลอรี่ต่ำ และมีเส้นใยอาหารสูงจึงทำให้รู้สึกอิ่ม และยังเป็นการเพิ่มแบคทีเรียดี ในลำไส้ทำให้การขับถ่ายสะดวก และยังคงให้สารอาหารวิตามิน และแร่ธาตุ ทำให้เหมาะกับผู้ที่กำลังจะควบคุมอาหาร หรือคุมน้ำหนัก และโปรตีนยังมีส่วนสำคัญ ในการป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเพื่อการลดน้ำหนักด้วย

  3. โปรตีนพืชเพื่อทางเลือกใหม่สำหรับผู้ออกกำลังกาย 

ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายส่วนมากแล้ว นิยมหันมาทานโปรตีนจากพืชกันมากขึ้น

 4. โปรตีนพืชบำรุงหัวใจ และดีต่อโรคหัวใจช่วยให้อายุยืน

  ด้วยเหตุนี้ จึงควรที่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งจากพืช และจากสัตว์เพื่อให้ได้รับสารอาหาร ที่ครบถ้วน และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอีกครั้งพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรค และอาการเจ็บป่วย

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

3 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงตอนเช้าทำได้สุขภาพดี 

คนรักสุขภาพประมาณ 80% จะรู้จักกันเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะประเภทของอาหารเช้า อาหารเช้านั้นจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคุณเป็นอย่างมาก แต่คุณทราบไหมว่ามีคนที่รักสุขภาพ ที่เข้าใจผิดคิดว่าการรับประทานสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง จึงอยากจะอธิบายความจริงที่คุณควรหลีกเลี่ยง กับอาหารเช้าต้องโทษที่คุณไม่ควรจะเข้าใกล้ทั้งหมด 4 อย่างด้วยกัน ซึ่งบอกได้เลยว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพ และควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะไม่ทำให้ร่างกายคุณนั้นเจ็บป่วยง่ายยิ่งกว่าเดิม

1. มันฝรั่งสีขาว อาหารเช้าเหมือนมีประโยชน์ 

การรับประทานอาหารเช้าแบบชาวต่างชาติ ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายเมนูมากที่สามารถรับประทานแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คุณคิด แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้บ่งบอกว่ามีประโยชน์แบบเต็มร้อยโดยไม่มีผลเสีย โดยเฉพาะมันฝรั่งขาว ซึ่งในมันฝรั่งนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากพอสมควร แต่ว่ามันอุดมไปด้วยแป้งกับน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่นั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณควรจะรับประทานแต่น้อย และควรรับประทานอาหารอย่างอื่นด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และไขมันส่วนเกิน

2. ขนมปังเนยถั่วและเนยแยม ทำร้ายสุขภาพกว่าที่คิด 

นี่แหละที่เรียกว่าอาหารเช้าที่ไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับคนที่ต้องการรับพลังงานที่มีคุณค่าก็ควรจะหลีกเลี่ยง กับเนยถั่ว และเนยแยม คุณทราบไหมว่าในส่วนนั้นมีพลังงานแคลอรี่สูงมาก แถมยังไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และร่างกายโดยรวมอีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณรับประทานเข้าไปเป็นจำนวนมาก จะเข้าไปสะสมในหลอดเลือดในร่างกายของคุณ สามารถทำให้คุณเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ความดันโลหิตและไขมันเป็นเส้นเลือดได้แบบสบาย ๆ เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงนะอันนี้ขอเตือน 

3. น้ำตาลทราย และนมวัว เรื่องจริงที่ไม่ดีต่อกระเพาะอาหาร 

สำหรับน้ำตาลทรายแดง และนมวัว ก็ต้องบอกเลยว่าส่งผลโดยตรงต่อกระเพาะอาหาร และการดูดซึม สารอาหารจากการย่อยเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านโรคอ้วน และไขมัน จะทำให้ระบบการเผาผลาญคุณนั้นแปรปรวนอย่างรวดเร็ว และยังไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมสารอาหารได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหากเป็นไปได้คุณควรจะหลีกเลี่ยงกับอาหารมื้อเช้า 

สรุป 

และนี่ก็คืออาหารที่คุณควรจะหลีกเลี่ยงในตอนช่วงเช้า ซึ่งถ้าหากคุณทำได้คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาอาการเจ็บป่วยของโรคภัยร้ายแรงเหล่านี้ได้ภายในอนาคต และแน่นอนยังสามารถช่วยทำให้สุขภาพในปัจจุบันของคุณนั้นแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคุณควรจะรับประทานพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์เพิ่มเติมในตอนเช้า รับรองว่าคุณนั้นจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพ https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

4 วิธีแก้ไขสุขภาพจิต เคล็ดลับแบบง่ายเริ่มต้นได้ที่บ้าน 

ในช่วงนี้ทุก ๆ คนน่าจะสูญเสียพลังทางด้านความรู้สึกในแง่บวกกันอย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่นั้นมีแต่คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเชื้อไวรัส covid 19 แต่คุณเชื่อไหมว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่คนไทยกำลังพบเจอกันเป็นจำนวนมาก คือ สุขภาพจิต และความเครียด ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้สะสมอยู่ในความรู้สึกของทุกคนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ที่บ้าน และไม่สามารถออกไปไหนได้ เราจึงอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวคุณเองแบบง่าย ๆ เริ่มต้นได้ที่บ้าน

1. การคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย 

วิธีนี้ได้ผลดีมากสำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นหดหู่เศร้าหมอง และไม่ค่อยอยากจะทำอะไรในปัจจุบัน อยากแนะนำให้คุณนั้นพยายามออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค ภายในบ้านหรือหาอุปกรณ์แบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าขนหนู ขวดน้ำหรือว่าจะเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ลดความเครียดได้ และยังทำให้คุณนั้นมีสุขภาพดีได้ง่าย ๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องออกไปออกกำลังกายภายนอก 

2. เปลี่ยนแปลงบรรยากาศของห้องและบ้านของคุณให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น 

สำหรับช่วงเวลาที่คุณรู้สึกเครียดหรือเบื่อที่คุณจะต้องใช้ชีวิตอยู่บ้าน ขอแนะนำให้คุณจัดแจงพื้นที่บ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องที่ตกแต่งแล้วดูดีมีสไตล์ หรือจะเป็นการเคลื่อนที่ของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าบ้านของคุณนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และองค์ประกอบให้เหมือนเดิมจะทำให้คุณผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ชาวต่างชาตินิยมใช้เป็นอย่างมาก เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศรอบตัวสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้า และวิธีนี้ก็สามารถช่วยทำให้คุณนั้นผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน 

3. พยายามเปิดเมนูอาหารทำเอง 

การทำอาหารก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีสำหรับการผ่อนคลายสุขภาพจิตใจของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสะสมเมื่อเวลาเราอยู่บ้านเป็นเวลานาน ๆ แล้วไม่ได้ออกไปไหนเลย คุณก็สามารถใช้วิธีนี้ได้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนอาหารจานเด่นของคุณให้กลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ จะมีประโยชน์มากกับคนขี้เบื่อ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มสีสันในชีวิตประจำวันคุณได้รับรองได้งานนี้คุณคงจะไม่บ่นกับเรื่องอาหารที่ซ้ำซากจำเจอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้คุณหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมนะเมนูเพียบเลย 

4. หาทางพูดคุย และทางระบายความรู้สึก 

นี่อาจจะเป็นวิธีการสุดท้ายที่อยากจะแนะนำ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ สำหรับคนที่มีสุขภาพจิตย่ำแย่ และต้องการระบายความเครียดออกมา การที่เราได้เล่าให้ใครสักคนหนึ่งฟังในสิ่งที่เรารู้สึกไม่ดีอยู่ในปัจจุบัน เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ได้ผลดีมากที่สุดที่สามารถช่วยลดความเครียดได้อย่างทันท่วงที ขอแนะนำให้คุณพูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือถ้าหากไม่มีก็สามารถติดต่อทางด้านทีมแพทย์โดยตรงได้ที่กรมสุขภาพจิตก็จะสามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากเช่นเดียวกัน 

สรุป 

การดูแลสุขภาพจิตของตัวเองหรือคนที่คุณรักอยู่ในครอบครัวในช่วงเวลาที่โรคระบาด covid-19 กำลังคุกคามเข้ามาในชีวิตของคนไทย อยากแนะนำให้คุณนั้นดูแล และใส่ใจสุขภาพ แน่นอนไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายแต่คุณก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง กับโรคระบาดครั้งนี้ขอให้ทุกคนโชคดี 

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

3 คุณประโยชน์ที่แตกต่างขององุ่น 3 สี

องุ่น เป็นผลไม้ที่มีความนิยมในการบริโภคของเราอยู่ในอันดับต้นๆก็ว่าได้ มีอยู่หลายพันธุ์ หลายสี แต่สีขององุ่นที่เรานิยมบริโภค ก็จะมีอยู่ประมาณ  3 สี แล้วแต่ว่าเราแต่ละคนชอบทานรสชาติแบบไหน เราก็เลือกทานสีตามที่เราชอบ ชอบแบบอมเปรี้ยว หรือว่าชอบแบบอมหวาน ในบทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันขององุ่นทั้ง 3 สีที่เรานิยมทานมาฝากกัน ใครชอบทานสีไหนกันบ้าง จะได้ทราบว่าเราได้คุณประโยชน์อะไรบ้าง เรามาติดตามไปพร้อมๆกันเลย

  1. สำหรับใครที่ชอบทานองุ่นดำ มีผลจากการศึกษาวิจัยได้พบว่า องุ่นดำอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มและยังให้แคลอรีต่ำอีกต่างหากด้วย และยังมีส่วนช่วยทำให้การทำงานของระบบลำไส้เป็นไปตามปกติ สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีในองุ่นดำ ยังช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย มีส่วนช่วยให้กระบวนการลดน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังมีคุณประโยชน์ในการช่วยระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้แล้วจากผลการวิจัยล่าสุด ได้ระบุถึงประโยชน์ขององุ่นดำ ที่สัมพันธ์โดยตรงกับน้ำองุ่นดำว่า ช่วยเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดได้ดีด้วย
  • สำหรับใครที่ชอบทานองุ่นแดง ในองุ่นแดงนั้น มีสารอาหารที่สำคัญชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า เรสเวอราโทรล (Resveratrol) ที่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ได้ นอกจากนี้แล้ว ในองุ่นแดงยังมีสารที่ชื่อว่า สารซาโปนิน (Saponin) ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านแบคทีเรีย และไวรัส ป้องกันเนื้องอกและลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ซึ่งมีส่วนช่วยต่อการป้องกันโรคหัวใจได้อีกต่างหาก
  • สำหรับใครที่ชอบทานองุ่นเขียว ในองุ่นเขียวนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการป้องกันการเกิดของมะเร็ง เช่น คาเทชิน (Catechin) เทอโรสติลบีน (Petrostilbene) ซึ่งจะเข้าไปช่วยในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งเต้านม, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง และโรคลูคิเมีย และยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการติดเชื้อราและเชื้อไวรัสต่างๆได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 3 คุณประโยชน์ขององุ่นทั้ง 3 สีที่นำมาฝากกันในบทนี้ ใครชอบทานองุ่นสีไหนมากที่สุด ก็พอได้ทราบแล้วว่าเราได้รับคุณประโยชน์อะไรกันบ้าง ใครที่ไม่ค่อยชอบทานองุ่น ก็ต้องไปหามาทานเพิ่มขึ้นแล้วล่ะ แล้วในบทหน้าเรามาพบกับเรื่องสุขภาพที่เราจะนำมาฝากกันอีกได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเรื่องสุขภาพอะไรบ้างนั้น ต้องคอยติดตามกัน

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy-healthy

Categories
good health

4 วิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพ จากการใช้ห้องน้ำรวม

             ห้องน้ำรวมหรือห้องน้ำสาธารณะ คือสถานที่ที่มีคนใช้ขับถ่ายของเสียทั้งหนัก-เบาร่วมกัน และในห้องน้ำสาธารณะที่ขาดการดูแลอย่างเหมาะสม อาจจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ทำให้หลาย ๆ คนมีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องของการติดเชื้อ โดยเฉพาะเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งอวัยวะเพศกับท่อปัสสาวะเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จากห้องน้ำสาธารณะมากที่สุด ห้องน้ำสาธารณะแหล่งรวมเชื้อโรค

             สำหรับห้องน้ำสาธารณะแล้วไม่เพียงแค่ชักโครกเท่านั้นที่เป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค ทั้งลูกบิดประตู และก๊อกน้ำ ก็เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคด้วยเช่นกัน

เข้าห้องน้ำสาธารณะเสี่ยงต่อโรคจริงหรือ

             โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็เป็นโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับห้องน้ำที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม แม้ว่าโดยความเป็นจริงแล้ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่จะเกิดจากการใช้ห้องน้ำร่วมกันนั้นเป็นไปได้น้อยมาก อย่างหนองในแท้,หนองในเทียม,เริม, เอชพีวี, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบี และการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ไม่สามารถที่จะติดต่อกันได้โดยการใช้ห้องน้ำร่วมกัน จึงทำให้หลาย ๆ คนอาจสบายใจขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

โรคพยาธิในช่องคลอด

             แต่สำหรับพยาธิในช่องคลอดนั้นได้รับการยกเว้น  เพราะถ้าติดต่อผ่านการสัมผัสฝารองนั่งที่เปียกน้ำ และสกปรก ซึ่งอาจพบในเพศชายได้ด้วย โรคพยาธิในช่องคลอดนั้น ทำให้เกิดอาการคัน และอักเสบระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งจะทำให้เจ็บปวดในขณะปัสสาวะ มีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาว และมีสีที่เปลี่ยนไป ในเพศชายนั้นอาจจะมีหนอง หรือของเหลวไหลออกจากท่อปัสสาวะ และถ้ามีอาการเหล่านั้นควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษา ซึ่งโรคนี้พบได้บ่อย และรักษาให้หายขาดได้

สิ่งที่ควรทำ เมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะ

             สำหรับหลาย ๆ คนเมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะ ต้องทำการเช็ดทำความสะอาดฝารองนั่งก่อนเสมอ ถึงแม้จะมีพนักงานทำความสะอาดอยู่เป็นประจำก็ตาม และสิ่งที่ต้องระวังมากกว่า คือ สิ่งสกปรกที่อยู่ใต้ฝารองนั่ง ที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ชายแล้วอาจจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้ จากการใช้มือยกฝารองนั่งขึ้นเพื่อปัสสาวะ

การป้องกันการติดเชื้อจากห้องน้ำสาธารณะ

            คนส่วนใหญ่ที่ใส่ใจต่อสุขภาพอนามัยของตน ต้องรู้จักล้างมือทำความสะอาดบ่อย ๆ เพื่อที่จะชำระสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคก่อนสัมผัสกับร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การขยี้ตา, การจับปากจับจมูก และในการล้างมือให้สะอาดนั้นก็เป็นการช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง หรืออาจต้องใช้วิธีเหล่านี้เพื่อให้ปลอดภัยจากโรค

1.  ควรเข้าห้องน้ำที่โถชักโครกดูสะอาดที่สุด ๆ

2.  ก่อนการทำธุระควรปิดฝา และกดชักโครก 1 ครั้งก่อนเพื่อทำความสะอาด

            3. ให้หลีกเลี่ยงห้องที่ฝารองนั่งยังเปียกน้ำอยู่ หรือห้องที่สกปรกมีสิ่งปฏิกูลของคนอื่นค้างอยู่

            4. ให้ทำความสะอาดในบริเวณที่จะนั่ง โดยใช้แอลกอฮอล์แบบพกพา ฉีดแล้วเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย และเช็ดให้แห้งสนิท หรือจะใช้กระดาษชำระรองนั่ง โดยฝาชักโครกจะต้องแห้งสนิท

            ในการเข้าห้องน้ำสาธารณะไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม โรงพยาบาล,ห้างสรรพสินค้า, หรือตามปั๊มน้ำมันก็ตาม สิ่งหนึ่งเลยที่ไม่ควรจะลืม นั่นก็คือกระดาษทิชชูที่จะนำมาใช้ทำความสะอาด และยังช่วยในการป้องกันเชื้อโรคได้ระดับหนึ่งอีกด้วย หากจะให้ดีที่สุดควรที่จะเตรียมกระดาษสำหรับรองนั่งด้วย เพื่อใช้ป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

ขอบคุณภาพโดย https://pixabay.com/

Categories
good food

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด

โรคหวัด ไม่ใช่เฉพาะในหน้าฝนเท่านั้น ที่เราจะสามารถติดเชื้อหวัดได้ ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถติดเชื้อโรคหวัดได้อยู่เสมอ จากสภาพแวดล้อม ที่มีแต่มลพิษแทบทุกแห่งบนโลก แถมในตอนนี้ยังมีโรคระบาดโควิด-19 อีกต่างหาก แหล่งเสื่อมโทรม ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เป็นแหล่งกระจายเชื้อโรคได้อย่างดี

ในบทนี้จึงขอนำ 7 อาหารที่ช่วยต้านโรคหวัดมาฝากทุกคนกัน เพื่อจะได้ทราบว่าในแต่ละวันเราควรจะทานอาหารอะไรบ้าง เพื่อช่วยป้องกันเชื้อโรคหวัด อย่างน้อยก็จะทำให้เรามีภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆได้มากขึ้น ใครอยากจะทราบกันแล้ว เรามาติดตามกันเลย ว่ามีอาหารอะไรบ้างนะ

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด
  1. ผลไม้ตระกูลส้ม

ลูกกลมๆสีส้มๆสวยสดใส มีหลายพันธุ์ให้เราเลือกทานไม่ว่าจะเป็นส้มเขียวหวานหรือส้มพันธุ์อื่นๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูงมาก การทานส้ม จึงช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย นอกจากนี้ส้มยังเป็นผลไม้ที่ช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ และยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

  • โยเกิร์ต

ในโยเกิร์ตนั้นอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ขนาดเล็กนับล้านๆตัว การทานโยเกิร์ตจึงสามารถช่วยเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มสารแอนติบอดี้บางชนิดในร่างกายได้ ทำให้ช่วยในการบรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้ได้ด้วย

  • เมนูยำรสเด็ด

เพราะว่าในส่วนประกอบของยำแต่ละประเภทนั้นมักจะมีส่วนประกอบไปด้วยหอมหัวใหญ่ พริกขี้หนู กระเทียม ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติในการป้องกันโรค เช่น แก้หวัด คัดจมูก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เหมาะที่จะทานมากๆในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น ยำวุ้นเส้น ยำรวมมิตร ยำทะเล เป็นต้น

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด
  • น้ำผลไม้สมูทตี้ และน้ำสมุนไพร

โบกมือลาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วเปลี่ยนมาเป็นการดื่มน้ำผักผลไม้ หรือน้ำสมุนไพรแทน เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคหวัดได้ดี โดยเฉพาะเมื่อตอนที่เป็นหวัดแล้ว ควรดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าอุ่นๆ จะช่วยลดน้ำมูกและช่วยบรรเทาอาการหวัด หรือน้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ น้ำสมุนไพรที่เราทำเองได้ง่ายๆ

มีประโยชน์มากๆโดยเฉพาะกับผู้ที่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จากโรคหวัด ให้นำต้นตะไคร้มาหั่นเป็นท่อนๆ แบบบุบพอแตก ต้มกับน้ำเปล่าให้เดือด ดื่มหรือจิบบ่อยๆ จะช่วยในการบรรเทาอาการหวัดได้ แต่ถ้ายังไม่เป็นหวัดก็สามารถต้มน้ำตะไคร้ดื่มแบบเย็นๆได้เช่นกัน ถือเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

  • อาหารที่มีวิตามินซีสูง และสารต้านอนุมูลอิสระ

อาหารที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ หาทานได้ไม่ยาก อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ซึ่งอาหารที่มีสารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคและช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และป้องกันการติดเชื้อได้อีกด้วย เช่น กะหล่ำปลี แครอท ผักใบสีเขียวจัดๆ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด
  • ซุปไก่ร้อนๆ

การทานเมนูซุปไก่จะช่วยลดอาการคัดจมูก ควรเติมผักเข้าไปในซุปด้วยจะดีมาก เพื่อเพิ่มสารอาหาร เช่น หอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ มันฝรั่ง ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย แถมยังช่วยลดอาการไอได้ด้วยสิ

  • อาหารรสเผ็ด

อาหารที่มีรสเผ็ดจะช่วยให้เรารู้สึกจมูกโล่ง หายคัดจมูกได้ ก็คือเมนูอาหารรสเผ็ดร้อนอะไรก็ตามที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกแห้ง รวมไปถึงพริกไทย และสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ เมนูง่ายๆที่มีพริกเป็นส่วนประกอบเช่น พริกขี้หนูในต้มยำ พริกชี้ฟ้าในผัดเผ็ด พริกไทยในแกงเลียง พริกแห้งในลาบ หรือใครที่ทานเผ็ดไม่ได้ แนะนำให้ทำน้ำขิงร้อนๆดื่มแทนก็ได้ ก็จะช่วยให้ระบบการหายใจทำงานคล่องขึ้นเช่นกัน

7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด

นี่ก็คือ 7 อาหารช่วยต้านโรคหวัด ที่นำมาฝากกันในบทนี้ ลองนำไปเป็นหลักในการเลือกทานเมนูอาหารที่ช่วยต้านโรคหวัดเหล่านี้กัน ในมื้ออาหารที่เราต้องทานในแต่ละวัน แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเคล็ดลับเรื่องสุขภาพที่จะไปสรรหามาฝากกันอีกได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเคล็ดลับสุขภาพเรื่องอะไรกันบ้าง เราต้องมาติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy-healthy

Categories
good health

   การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด19

       สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ไปทั่วโลกที่ยาวนานถึง 2 ปี ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ และมีผู้ติดเชื้อรายวันสูงมาก ทำให้เราต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ และทำให้สุขภาพกาย สุขภาพจิตของเราเสีย หลายคนรู้สึกท้อกับปัญหาและอุปสรรคส่วนตัวในช่วงนี้ เราจึงมี 10 วิธี ดูแลสุขภาพจิตและกายในช่วงนี้

Cr.pic; https://www.scholarship.in.th/

1.ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีทุกวันหรืออาทิตย์ละ 3 วัน  นั่งพักผ่อนหย่อนใจหามุม สบายๆ นั่งพักถ้านั่งทานทั้งวัน  ควรเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง หลังเลิกงานหากิจกรรมที่ชอบทำ

2. ใช้คำพูดที่ชวนฟังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน  และมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://www.scholarship.in.th/

3. จัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม ตั้งสติ ไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คิดถึงผลดี ผลเสียที่จะตามมา

4. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส เอื้อเพื่อเพื่อแผ่ ช่วยเหลือชึ่งกันและกัน

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://th.jobsdb.com/

5. รู้จักบริหารเวลา แบ่งเวลาอย่างเหมาะสม เช่น ทำงานที่สำคัญหรือเร่อด่วนก่อน แล้วจึงทำงานอื่นภายหลัง

6. แสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ กล้าบอกความต้องการของตนเอง ตามสิทธิที่ควรจะได้รับ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพื่อให้มีความสุขในการทำงาน

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://th.jobsdb.com/

7. สร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้ตนเอง ให้กำลังใจและชื่นชมตนเอง เมื่อทำอะไรสำเร็จ

8. รู้จักเก็บออม ฝึกให้เป็นนิสัย การมีเงินออมจะทำให้มีความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ

การดูแลสุขภาพจิตและกาย ช่วงการระบาดของโควิด-19

Cr.pic; https://th.jobsdb.com/

9. รู้จักแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี หาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา และแก้ที่ อย่าแก้ปัญหาถ้วยอารมณ์หรือขอรับการปรึกชาทางโทรศัพท์ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

10   ดูแลสุขภาพกายกันด้วยการตรวจสุขภาพก็เหมือนกับการประเมินสภาพร่างกายของเราว่า ภายในร่างกายเรายังแข็งแรงอยู่หรือไม่หรือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตหรือเปล่าและหากตรวจพบว่ามีอาการบางอย่างที่ส่อเค้าว่าอาจพบโรคบางโรคในระยะเริ่มต้น เราจะได้เตรียมปรึกษาคุณหมอเพื่อดูแลและรักษาสุขภาพให้ห่างไกลโรคแต่เนิ่นๆ ส่วนข้อจำกัดในการเลือกว่าจะตรวจสภาพร่างกายลักษณะใดนั้น

สามารถแบ่งองค์ประกอบโดยขึ้นอยู่กับอายุเพศ และความเสี่ยงเป็นหลัก แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง การตรวจสภาพร่างกายมีหลายวิธี หากไม่มีข้อบ่งชี้หรืออาการที่แสดงออกมาก็สมควรที่จะต้องเลือกการตรวจวิเคราะห์สภาพร่างกาย บางอย่าง เพราะการตรวจบางประเภทนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่นหากต้องทำ CT Scan ทั้งตัวเพื่อหามะเร็ง คุณอาจจะได้รับรังสีมากจนเกินไปทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ซึ่งเป็นข้อควรระวัง

ที่ผ่านมามีหลายคนที่ตรวจสุขภาพเสร็จแล้วแต่ไม่ทราบว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือควรต้องระมัดระวังเรื่องอะไรบ้างแสดงว่าคุณได้ประโยชน์แค่ครึ่งเดียวคือการค้นหาโรคที่อาจจะพบเจอจากการตรวจสุขภาพแต่คุณยังไม่ได้ป้องกันตัวเองจากโรคต่างๆที่อาจะเกิดขั้นภายหลังถ้าคุณไม่พึงระวัง

        ยิ่งมีการแพร่ระบาดของโควิด19 ก็ต้องดูแล ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจกันให้ดีทั้งตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก  หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Categories
good health

รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่ภายใน 21 วัน

รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่ภายใน 21 วัน เห็นผลทันใจจากประสบการณ์ตัวเอง 

สิ่งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ใหม่มาก แต่เชื่อเถอะว่าสำหรับผมผู้ที่มาเล่าเรื่องราวนี้มันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่จริง ๆ และเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปอย่างถาวร นั่นก็คือปัจจุบันผมเลิกบุหรี่ได้แล้วครับ แน่นอนว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมากสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่เชื่อเถอะว่ามันทำให้ชีวิตผมนั้นเปลี่ยนแปลงไปจนหลายคนนั้นสังเกต ซึ่งความเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ผมได้นำเรื่องราวมาเขียนเป็นวรรคเป็นตอน จับใจความสำคัญ ซึ่งจะได้เป็นได้เป็นไกด์ไลน์ให้กับคนที่อยากเลิกบุหรี่ทุกคน 

รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่
รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่

1. ช่วงสัปดาห์แรกของการเลิกบุหรี่ 

ในช่วงสัปดาห์แรกนั้นถือว่าเป็นอะไรที่ทรมานเป็นอย่างมากสำหรับการเลิกบุหรี่ ผมได้รับประสบการณ์นั้นมาแบบเต็ม ๆ อาการรู้สึกว่าเหมือนสั่นสะท้านไปทั้งตัว คอแห้ง รสชาติจืดเป็นอย่างมาก สิ่งที่ทำให้ได้รสชาติ และความรู้สึกผ่อนคลายก็มีเพียงแค่ลูกโป่ง ผมขอแนะนำให้ซื้อน้ำหวาน แบบขวดเอาไว้ด้วยเอาไว้ชงดื่มจะสามารถช่วยแก้กระหายได้เป็นอย่างดี และพยายามทำจิตใจให้ผ่อนคลายฟังเพลงด้วยก็จะช่วยได้มากเลยทีเดียว 

รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่
รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่

2. เลิกบุหรี่ได้ 14 วัน อาการเริ่มดีขึ้น แต่มีความต้องการ เมื่อพบสิ่งล่อตาล่อใจ 

แน่นอนว่าการเลิกบุหรี่มา 14 วันแล้วมันจะทำให้ความอยากของผมเริ่มลดลง แต่ในช่วงนี้ร่างกายนั้นยังปรับตัวไม่คงที่ ซึ่งถ้าหากคุณเลิกบุหรี่มาถึงช่วงเวลานี้เช่นเดียวกัน คุณจะรู้สึกกระวนกระวายเมื่อมีใคร พูดคุยหรือ ชักชวนออกไปข้างนอก คุณก็อาจจะไปพบเจอกับคนสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน ขอแนะนำให้คุณเดินทางออกมาสักหน่อย แล้วใช้วิธีการดื่มกาแฟหรือโกโก้ก็ได้ มันจะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน 

รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่
รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่

3. สภาพร่างกายหลังจากเลิกบุหรี่ ได้ 20 วันแบบต่อเนื่องกัน 

สำหรับผมเมื่อเลิกบุหรี่ได้มา 20 วันเต็ม บอกได้เลยว่าร่างกายนั้นรู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก ระบบการหายใจของผมรู้สึกว่าปวดกระดูกมากยิ่งขึ้น 

ส่วนทางด้านการพักผ่อน บอกเลยว่าหลับสบายมากกว่าเดิมหลายเท่า และทานอาหารได้เยอะมากยิ่งขึ้น ๆด้วย จึงทำให้สีหน้าดูดีมากยิ่งขึ้น และรอยคล้ำใต้ตาก็หายไป ซึ่งสามารถทำให้ผมนั้นฟื้นฟูสภาพปอดได้มากกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว และล่าสุดปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง ผมก็ลดน้อยลงไปมาก จึงเข้าสู่ระดับปกติ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะมาจากการเลิกบุหรี่ผมนั่นเอง 

สรุป 

และนี่ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ของผมที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดภายในระยะเวลา 21 วัน และแน่นอนปัจจุบันผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่อีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งมันทำให้ผมเปลี่ยนแปลงสุขภาพอย่างมาก และเก็บตังค์ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่คิดอยากจะเลิกบุหรี่ ถ้าหากคุณรู้ถึงข้อดีแบบนี้แล้ว คุณลองวิธีของผมดูนะน่าจะช่วยทุกคนได้ไปพร้อมกันเลยทีเดียวขอให้ทุกคนโชคดี 

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy