Categories
good health

รวม 4 เคล็ดลับการดื่มน้ำเพื่อช่วย ในการลดนํ้าหนัก ที่ดีต่อสุขภาพ

    น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงชีวิตของสรรพสิ่งทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นดิน,ต้นไม้,สัตว์ หรือแม้กระทั่งมนุษย์เรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงสาวด้วยแล้ว ถ้าขาดน้ำแล้วก็จะทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติไปและจากการศึกษาพบว่าการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยส่งเสริมความจำ และอารมณ์อีกทั้งยังส่งผลต่อการทำงานของสมองด้วย ถ้าหากร่างกายขาดน้ำมาก ๆ

สมองก็จะกระตุ้นให้สร้างสารสื่อประสาทที่จะทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอล ส่งผลกับความเครียดเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นในการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายสามารถ ที่จะช่วยคลายความเครียดลงได้ทั้งยังป้องกันการท้องผูก และพัฒนาความจำระยะสั้นได้อีกทั้งป้องกันการเกิดนิ่วได้ด้วย แถมยังช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นและนอนหลับได้ดี และที่สำคัญช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

เคล็ดลับการดื่มน้ำเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก

     ในสมัยก่อนมีคนเชื่อว่าการดื่มน้ำนั้นช่วยส่งเสริมในเรื่องของการลดน้ำหนัก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็คือ 30-59% ของคนที่กำลังพยายามลดความอ้วนนั้นเลือกที่จะดื่มน้ำให้มากกว่าเดิม ซึ่งในงานวิจัยจำนวนมากได้พบว่าการที่ดื่มน้ำมาก ๆ นั้นมีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนัก และควบคุมน้ำหนักของคนเราเป็นอย่างมาก และเคล็ดลับของการดื่มน้ำเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักนั้นมีดังนี้

     1.การดื่มน้ำทำให้เราได้เผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น ในการดื่มน้ำที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ให้เรา โดยร่างกายของเราจะเผาผลาญพลังงานในขณะพัก

      2. การดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารช่วยลดความอยากอาหารได้ ในการดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารนั้น จะช่วยลดความอยากในอาหารลงได้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมีส่วนที่เป็นจริงอยู่เหมือนกัน แต่จะเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในวัยกลางคน และสูงอายุเท่านั้น ซึ่งจากงานวิจัยนี้เราจะพบว่า การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารนั้นมีประโยชน์กับคนที่อยู่ในวัยกลางคนเท่านั้น แต่การวิจัยในกลุ่มคนหนุ่มสาวกลับไม่แสดงผลลัพธ์ในการลดแคลอรี่ในปริมาณที่น่าพอใจเท่าไหร่

    3. การดื่มน้ำมากขึ้นมีความสัมพันธ์กับการรับแคลอรี่ที่ลดลง น้ำเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี่ซึ่งปกติแล้วจะมีความเกี่ยวข้องกับการได้รับแคลอรี่ที่น้อยลง ซึ่งเป็นเพราะเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ ที่มีน้ำตาล และแคลอรี่สูง

    4. ลดความเสี่ยงในการมีน้ำหนักเพิ่ม  ซึ่งได้มีการวิจัยในโรงเรียน โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนเด็กที่เป็นโรคอ้วน และยังติดตั้งน้ำพุดื่มได้ในโรงเรียนอีก 17 แห่ง และได้สอนเด็กในห้องเรียนเกี่ยวกับการดื่มน้ำซึ่งผ่านไปหนึ่งปีการศึกษา พบว่าความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนของเด็กนักเรียนลดลงถึง 31 เปอร์เซ็นต์ ในโรงเรียนที่มีการติดตั้งน้ำพุไว้

    เพราะฉะนั้นน้ำจึงมีประโยชน์มากในการช่วยลดน้ำหนัก และน้ำยังเป็นเครื่องดื่มที่ไร้แคลอรี่ ซึ่งช่วยให้เราได้เผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ลดความอยากอาหารได้หากดื่มก่อนการทานอาหาร แต่จะอย่างไรก็ตาม หากต้องการที่จะลดน้ำหนักของตนให้เห็นผลได้ชัดเจน เราจะต้องออกกำลังกายด้วย ซึ่งถ้าหากจะดื่มน้ำเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย จึงจะเห็นผลได้อย่างชัดเจน

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

วิธีการเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีน Covid-19 สำหรับเด็กโดยเฉพาะ

            จากภาพรวมของสถานการณ์การติดโรคโควิด – 19 ในเด็กจะมีน้อยกว่าผู้ใหญ่ และอาการก็มักจะไม่รุนแรง การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน covid-19 ให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีนที่ได้รับการรับรอง และขึ้นทะเบียนกับ อ ย. ให้ใช้ในเด็ก และวัยรุ่นได้ก็คือ ไฟเซอร์  และในรอบนี้จะมีการนำร่องฉีดให้กับนักเรียนในจังหวัดนนทบุรีก่อน โดยเริ่มในวันที่ 4 – 8 ตุลาคมนี้ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนถึงจะฉีดวัคซีนได้ และสถานที่ฉีดนั้นจะใช้พื้นที่ห้องพยาบาลของแต่ละโรงเรียน โดยวัคซีนไฟเซอร์สำหรับกลุ่มเป้าหมายนักเรียน จะให้ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 – 2 อยู่ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ และนักเรียนมีจำนวนราว 4.8 ล้านคนทั่วประเทศ

เตรียมความพร้อมเปิดเรียนรับวัคซีนถ้วนหน้า

            จากการหารือกันระหว่างกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยมีแนวทาง การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซึ่งได้แก่ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ให้แก่กลุ่มที่มีอายุ 12 ปีจนถึง 17 ปี 11 เดือน 29 วันในวันที่ฉีด และได้อนุโลมให้กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุเกิน 17 ปี 11 เดือน 29 วันได้ฉีดด้วยในเดือนต.คเป็นต้นไป จะเริ่มฉีดให้กับนักเรียน – นักศึกษา ในพื้นที่ครอบคลุมสูงสุด และเข้มงวดสีแดงเข้ม 29 จังหวัดก่อน

ต้องให้ผู้ปกครองยินยอมก่อนฉีด

สำหรับแผนการฉีดไฟเตอร์ให้กับนักเรียนที่อายุ 12 – 17 ปี ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน และคาดว่าภายในต้นเดือน ตุลาคม 2564 นี้ จะได้ข้อสรุปจำนวนนักเรียนที่ผู้ปกครองยินยอมให้ฉีดได้

คำแนะนำฉีดไฟเซอร์แก่เด็ก

            ไฟเซอร์เป็นวัคซีนชนิด mRNA ชื่อทางการ BNT162b2 ผู้คิดค้นคือบริษัทไฟเซอร์ ร่วมกับบริษัทสัญชาติเยอรมันไอโบเอ็นเท็ค และได้รับการอนุมัติจาก อย. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564  และเป็นวัคซีนโควิดรายที่ 6 ที่ผ่านการอนุมัติจาก อย.

คำแนะนำฉีดวัคซีน covid-19 จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ได้ออกประกาศคำแนะนำ โดยสำรวจผู้ที่มีภาวะเสี่ยง และมีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคดังนี้

            1. โรคอ้วน

            2. โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

            3. โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง

            4. โรคไตวายเรื้อรัง

            5. ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และโรคมะเร็ง

            6. โรคเบาหวาน

            7 กลุ่มโรคทางพันธุกรรม รวมทั้งเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบสมองอย่างรุนแรง และเด็กพัฒนาการช้า

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็กไทย

            หลังจากได้มีการพบอาการที่ไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน คณะผู้เชี่ยวชาญได้วินิจฉัยว่าเข้าข่ายอาการรุนแรง คือกลุ่มเนื้อหัวใจอักเสบ ประเทศไทยพบแล้ว 1 รายเป็นเพศชายอายุ 13 ปี เป็นโรคอ้วน  แต่ในปัจจุบันรักษาหายเป็นปกติแล้ว จากรายงานอุบัติการณ์ ของอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ  และเนื้อหุ้มหัวใจอักเสบพบ 16 ราย  ใน 1 ล้านโดส ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อาการพบได้ใน 30 วันหลังจากได้รับวัคซีน และพบได้มากในเข็มที่ 2 อัตราการเกิดสูงสุดในเพศชายอายุ 12 ถึง 17 ปี กลุ่มรองลงมาที่พบคืออายุ 18 ถึง 24 ปี และไม่มีรายงานในผู้สูงอายุ

สรุป

ในการฉีดวัคซีนไฟเชอร์ให้กับกลุ่มเด็ก และเยาวชนนั้นให้เป็นความสมัครใจของผู้ปกครองของเด็กไม่ได้บังคับ ดังนั้นผู้ปกครองจะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นของการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก และวัยรุ่น ซึ่งทั้งนี้ต้องดูที่ประโยชน์ และความเสี่ยงที่ลูกหลานจะได้รับ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และเตรียมความพร้อมให้กับเด็กนักเรียนก่อนการเปิดภาคเรียนใหม่ ที่จะถึงนี้

ขอบคุณภาพโดย https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

รีวิวเทคนิคการเลิกบุหรี่ภายใน 21 วัน เห็นผลทันใจจากประสบการณ์ตัวเอง 

สิ่งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ใหม่มาก แต่เชื่อเถอะว่าสำหรับผมผู้ที่มาเล่าเรื่องราวนี้มันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่จริง ๆ และเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปอย่างถาวร นั่นก็คือปัจจุบันผมเลิกบุหรี่ได้แล้วครับ แน่นอนว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมากสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่เชื่อเถอะว่ามันทำให้ชีวิตผมนั้นเปลี่ยนแปลงไปจนหลายคนนั้นสังเกต ซึ่งความเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ผมได้นำเรื่องราวมาเขียนเป็นวรรคเป็นตอน จับใจความสำคัญ ซึ่งจะได้เป็นได้เป็นไกด์ไลน์ให้กับคนที่อยากเลิกบุหรี่ทุกคน 

1. ช่วงสัปดาห์แรกของการเลิกบุหรี่ 

ในช่วงสัปดาห์แรกนั้นถือว่าเป็นอะไรที่ทรมานเป็นอย่างมากสำหรับการเลิกบุหรี่ ผมได้รับประสบการณ์นั้นมาแบบเต็ม ๆ อาการรู้สึกว่าเหมือนสั่นสะท้านไปทั้งตัว คอแห้ง รสชาติจืดเป็นอย่างมาก สิ่งที่ทำให้ได้รสชาติ และความรู้สึกผ่อนคลายก็มีเพียงแค่ลูกโป่ง ผมขอแนะนำให้ซื้อน้ำหวาน แบบขวดเอาไว้ด้วยเอาไว้ชงดื่มจะสามารถช่วยแก้กระหายได้เป็นอย่างดี และพยายามทำจิตใจให้ผ่อนคลายฟังเพลงด้วยก็จะช่วยได้มากเลยทีเดียว 

2. เลิกบุหรี่ได้ 14 วัน อาการเริ่มดีขึ้น แต่มีความต้องการ เมื่อพบสิ่งล่อตาล่อใจ 

แน่นอนว่าการเลิกบุหรี่มา 14 วันแล้วมันจะทำให้ความอยากของผมเริ่มลดลง แต่ในช่วงนี้ร่างกายนั้นยังปรับตัวไม่คงที่ ซึ่งถ้าหากคุณเลิกบุหรี่มาถึงช่วงเวลานี้เช่นเดียวกัน คุณจะรู้สึกกระวนกระวายเมื่อมีใคร พูดคุยหรือ ชักชวนออกไปข้างนอก คุณก็อาจจะไปพบเจอกับคนสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน ขอแนะนำให้คุณเดินทางออกมาสักหน่อย แล้วใช้วิธีการดื่มกาแฟหรือโกโก้ก็ได้ มันจะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน 

3. สภาพร่างกายหลังจากเลิกบุหรี่ ได้ 20 วันแบบต่อเนื่องกัน 

สำหรับผมเมื่อเลิกบุหรี่ได้มา 20 วันเต็ม บอกได้เลยว่าร่างกายนั้นรู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก ระบบการหายใจของผมรู้สึกว่าปวดกระดูกมากยิ่งขึ้น 

ส่วนทางด้านการพักผ่อน บอกเลยว่าหลับสบายมากกว่าเดิมหลายเท่า และทานอาหารได้เยอะมากยิ่งขึ้น ๆด้วย จึงทำให้สีหน้าดูดีมากยิ่งขึ้น และรอยคล้ำใต้ตาก็หายไป ซึ่งสามารถทำให้ผมนั้นฟื้นฟูสภาพปอดได้มากกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว และล่าสุดปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง ผมก็ลดน้อยลงไปมาก จึงเข้าสู่ระดับปกติ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะมาจากการเลิกบุหรี่ผมนั่นเอง 

สรุป 

และนี่ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ของผมที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดภายในระยะเวลา 21 วัน และแน่นอนปัจจุบันผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่อีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งมันทำให้ผมเปลี่ยนแปลงสุขภาพอย่างมาก และเก็บตังค์ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่คิดอยากจะเลิกบุหรี่ ถ้าหากคุณรู้ถึงข้อดีแบบนี้แล้ว คุณลองวิธีของผมดูนะน่าจะช่วยทุกคนได้ไปพร้อมกันเลยทีเดียวขอให้ทุกคนโชคดี 

ขอขอบคุณภาพจากhttps://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

อาการจิตตกปัญหาใหญ่กว่าที่คุณคิด หนึ่งในสภาวะโรคซึมเศร้าที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยมาก 

แทบไม่น่าเชื่อว่าปัญหาอาการจิตตกของคนไทยทุกวันนี้เพิ่มสูงขึ้นมากเรื่อย ๆ เพราะว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง covid – 19 น่าจะส่งผลโดยตรงกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการดำรงชีวิต แล้วถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ยิ่งทำให้อาการของคุณนั้นย่ำแย่ลงอย่างแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลใจเสมอไปจะมาแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหา และป้องกันพร้อมทั้งบรรเทาอาการจิตตกก่อนที่คุณจะเป็นโรคซึมเศร้าอย่างแท้จริง 

1. วิธีการป้องกัน สภาวะ Languishing

สำหรับผู้มีปัญหาทางด้านสุขภาพ และอาการเหล่านี้หมายถึงอาการที่มองโลกในแง่ลบ ส่วนใหญ่ประมาณ 80% มักจะเป็นกับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหากับชีวิตอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการใช้ชีวิตในปัจจุบันหรือจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ผู้ที่มีปัญหาในลักษณะนี้จะมองโลกกว้างในแง่ลบทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตของตัวเอง วิธีการแก้ไขที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือหางานอดิเรกเพื่อมาเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นงานประดิษฐ์ การเลี้ยงสัตว์หรือตกแต่งต้นไม้ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยทำให้คุณสุขภาพดีขึ้นได้

2. วิธีการป้องกันสภาวะ hurt yourself เนื่องจากความเครียด 

หลายท่านอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับสภาวะฮอร์โมนในร่างกาย และอารมณ์ คือทุกคนสามารถเกิดความเครียดจนถึงขั้นอยากจะทำร้ายตัวเองได้ ส่วนใหญ่ประมาณ 80% ของผู้ที่มีปัญหาในลักษณะนี้นั้นจะเป็นกลุ่มคนที่มีสุขภาพจิตที่แลดูปกติมาก ซึ่งเหล่านั้นจะไม่สามารถสังเกตได้โดยง่าย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเก็บกดแบบลึก เนื่องจากความเครียดถูกกดดันบีบบังคับ วิธีการแก้ไขนั่นก็คือ การพบจิตแพทย์โดยตรง หลังจากนั้นควรจะหาคนพูดคุยเป็นประจำ วิธีนี้จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะว่าการระบาย และการสื่อสารจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ได้ผลดี 100% 

3. วิธีการป้องกันสภาวะ high stress

high stress อาการนี้ทางการแพทย์เรียกว่าความเครียดสะสม ซึ่งเป็นอาการที่คนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้พบเจอกันเยอะมาก และทำให้ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทางด้านนาฬิกาชีวิต หรือจะเป็นการใช้ชีวิตโดยรวมวิธีการแก้ไขปัญหานี้ นั่นก็คือ คุณควรพยายามตั้งสมาธิ และปฏิเสธเรื่องราวทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นภายนอกไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี

เรื่องที่เลวร้ายก็ตาม ด้วยวิธีนี้จะสามารถทำให้วงจรความเครียดของคุณนั้นลดลงได้ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องพึ่งยาหรือปรึกษาแพทย์แต่อย่างใด และจะเป็นวิธีการป้องกันปัญหาโรคซึมเศร้าในอนาคตที่ได้ผลดีอีกด้วย

สรุป 

ความเครียดอาการจิตตกปัญหาสุขภาพ และความเป็นความตายทางด้านธุรกิจปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำ ให้หลายคนเป็นเพียงแค่โรคจิตตกได้ แต่ถ้าหากคุณรู้จักวิธีการรับมือ คุณก็สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน หวังว่าจะสามารถช่วยเหลือทุกคนได้ใน ณ ตอนนี้ ขอให้ทุกคนโชคดี และผ่านพ้นเรื่องเหล่านี้ไปด้วยกัน 

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย 

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com 

Categories
good health

เคล็ดลับกระตุ้นพัฒนาการของทารกในครรภ์

cr.pic:https://th.wikihow.com

 คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ตั้งแต่มี่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้เลยค่ะ เพราะลูกน้อยในครรภ์สามารถรับรู้ถึงความรักและสัมผัสไออุ่นรักจากแม่ได้  ซึ่งลูกน้อยของเราสามารถตอบสนองสัมผัสของแม่ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสภาพแวดล้อมที่ดี คุณแม่สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีได้โดยการพูดคุยโต้ตอบกับลูกบ่อยๆ ให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกน้อย  และถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นคนที่อารมณ์ดี มีความสุข ไม่เครียดบ่อยๆ เท่านี้ก็สามารถพัฒนาเซลล์สมองของลูกน้อยให้เจริญเติบโต และช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา

วิธีสร้างเสริมพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์

cr.pic:https://th.wikihow.com

1.พัฒนาการด้านการได้ยิน ประมาณอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะประสาทสัมผัสและระบบการได้ยินของทารกจะพัฒนาค่อนข้างสมบูรณ์ในช่วงนั้น หลังคลอดเมื่อเปิดเพลงเดิมๆนั้น จะช่วยให้ทารกไม่ร้องกวนและหลับง่ายขึ้น เนื่องจากความเคยชินต่อเสียงเพลงนั้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพลงที่ฟังสบาย ๆ แถมยังช่วยบรรเทาความเครียดของคุณแม่ด้วยซึ่งเขาสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งที่อยู่รอบตัวได้

  การส่งเสริมพัฒนาการทารกในอายุครรภ์เท่านี้ สามารถทำได้โดยการใช้เสียงดนตรีที่มีทำนองจังหวะเบาๆ  เปิดเพลงบรรเลงเย็นๆ เช่น เพลงคลาสสิค เพลงไทยเดิม เพลงสไตล์เบาๆ อย่างน้อย ครั้งละ 10-15 นาทีก็เพียงพอแล้ว  และเสียงหนึ่งที่สำคัญต่อลูกไม่แพ้กันก็คือ เสียงของคุณแม่ คุณแม่ควรพูดคุย หรือเล่านิทาน กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับฝันดีเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ลูกเกิดความคุ้นเคยและจดจำน้ำเสียงของแม่ได้

ให้คุณแม่พูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ด้วยโทรโข่ง จะทำด้วยตนเองก็ได้โดยใช้แก้วน้ำพลาสติก2ใบ แล้วเจาะรูที่ก้นแก้ว เพื่อร้อยเชือกที่ก้นแก้วทั้งสอง ผูกเชือกที่ก้นแก้วทั้งสอง ให้แก้วทั้งสองอยู่คนละฝั่งกัน เวลาใช้งาน ให้นำแก้วหนึ่งใบมาวางทาบที่ท้อง แก้วอีกฝั่งหนึ่งสำหรับให้คุณแม่พูดคุยกับน้อง มารดาอาจจะนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วนให้เป็นรูปกรวย

จากนั้นนำปลายที่กว้างวางลงบนหน้าท้อง แล้วพูดคุยก็โดยผ่านกรวยนั้น อย่างน้อย 10 นาทีต่อครั้ง ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เสียงดนตรีจะทำให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสติปัญญา  เสียงที่นุ่มนวล เสียงร้องเพลง จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์จดจำเสียงนั้นได้ดีขึ้น

cr.pic:https://th.wikihow.com

2.พัฒนาการด้านความรู้สึกและความเคลื่อนไหว เมื่ออายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ขึ้นไป ระบบประสาททางการเคลื่อนไหวของทารก จะสามารถรับรู้การสัมผัสของมารดาซึ่งการลูบหน้าท้องและนั่งบนเก้าอี้โยก หรือชิงช้า คุณแม่เองก็จะรู้สึกผ่อนคลายขณะนั่งเล่นบนเก้าอี้โยกและรู้สึกผูกพันกับลูกน้อยขณะลูบหน้าท้องตนเอง โดยเฉพาะขณะที่คุณแม่ขยับตัวหรือลูบและสัมผัสทารกในครรภ์ ผิวของลูกน้อยจะสัมผัสกับผนังหน้าท้องด้านในของมดลูก จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านความรู้สึกการนั่งบนเก้าอี้โยกไปมานั้น

นอกจากเป็นการกระตุ้นเซลล์สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวแล้ว ยังทำให้ลูกน้อยของเราได้ปรับตัวเข้าหาสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น. การลูบหน้าท้องก็เช่นกัน ทารกจะมีการเคลื่อนไหวและการได้รับสัมผัสเวลาที่อยู่ในครรภ์ในทุกสัมผัสที่เกิดขึ้น จะเพิ่มประสิทธิภาพและความไวในการรับรู้ของทารก การสัมผัสน้ำอุ่นน้ำเย็น เพื่อพัฒนาเชลล์ประสาทส่วนรับความรู้ร้อนหนาวและปรับสภาพ ให้ทารกชินกับความอุ่นความเย็น โดยเอาน้ำใสในขวดสัมผัสตามหน้าท้องของมารดาเป็นเวลาสองนาที

cr.pic:https://th.wikihow.com

3. พัฒนาการด้านการมองเห็นทารกจะพัฒนาเต็มที่ และรับรู้ผ่านการมองเห็นได้เมื่ออายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป ทางการแพทย์จะใช้แสงสว่างส่องเข้าไปทางปากมดลูก เพื่อดูการตอบสนองการเต้นของหัวใจและทดสอบความแข็งแรงสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ ถ้าการเต้นของหัวใจทารกเร็วขึ้นตอนส่องไฟ แสดงว่าทารกตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมดี และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ใช้ไฟฉายส่องบริเวณหน้าท้องจะกระตุ้นพัฒนาการทางด้านการมองเห็นนี้ จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการมองเห็นของทารก

    อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของทารกในครรภ์ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคุณพ่อและคุณแม่ ควรศึกษาเกี่ยวกับการกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยตั้งแตในครรภ์ และปฏิบัติอย่างถูกต้อง การได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในครอบครัว และสามารถถ่ายทอดความรักความห่วงใยไปสู่ลูกน้อยได้มากขึ้นเช่นกันส่งผลดีต่อลูกในครรภ์ให้ร่าเริง แจ่มใส  ฉลาดหลักแหลม สามารถมีพัฒนาการด้านต่างๆได้ดี

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com 

Categories
good food

11 อาหารช่วยคลายความเครียด

การทานอาหาร ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดในชีวิตของคนเราทีเดียว ดังนั้น การเลือกที่จะทานอาหารในแต่ละวันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นเดียวกัน และสภาพของสังคมในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่จะทำให้เรามีความเครียดเพิ่มมากขึ้นไปด้วย การเลือกทานอาหารของเราในแต่ละวัน ถ้าจะเป็นการทานอาหารเพื่อช่วยลดความเครียดได้ด้วย ก็น่าจะเป็นการดีไม่น้อยเลยสำหรับสุขภาพจิตที่ดีขึ้นของเราเอง

ในบทนี้จึงขอนำ 11 อาหารช่วยคลายความเครียดนำมาฝากทุกคนกัน เพื่อจะเป็นทางเลือกในการทานอาหารของเรา ว่าเราควรจะทานอาหารที่เหมาะสมกับเราอย่างไรกันบ้าง ใครที่อยากจะทราบกันแล้วว่ามีอาหารอะไรบ้างนะ เรามาติดตามกันเลยดีกว่า

  1. ผักขมและบล็อกโคลี่

ผักสีเขียวส่วนใหญ่มักจะอุดมไปด้วยสาร โฟเลท วิตามินบี แมกนีเซียม และเกลือแร่ต่างๆ โดยเฉพาะ กรดโฟลิกจะมีส่วนช่วยในเรื่องการทำงานของเส้นประสาท จึงจะช่วยทำให้ระดับความเครียดในร่างกายของเราลดลงได้ จิตใจของเราจะรู้สึกสงบสบายใจมากขึ้นด้วย

  • กล้วย

ด้วยสารโพแทสเซียมและเกลือแร่ที่มีอย่างอุดมอยู่ในกล้วยจะช่วยลดความตึงเครียดของเราให้น้อยลงได้ แถมในกล้วยยังมีสารทริปโตเฟน และกรดอะมิโนที่ช่วยหลั่งสารแห่งความสุขออกมาได้อีกด้วย

  • ปลาทูน่า แซลมอน และปลาน้ำจืดต่างๆ

เนื้อสัตว์ตระกูลปลาไม่เพียงแค่ให้สารอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ ยังมี โอเมก้า 3 ที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการหลั่งสารอะดรีนาลีน ป้องกันโรคหัวใจที่เกี่ยวเนื่องมาจากความเครียด พร้อมทั้งวิตามินบี6 และบี12 ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขด้วย

  • นมและโยเกิร์ต

มีสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาท แล้วยังอุดมไปด้วยสารทริปโตเฟน ที่ช่วยให้จิตใจสงบลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมแพทย์แนะนำให้เราดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว

  • ผลไม้ตระกูลเบอรี่

มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องบำรุงผิวพรรณ แต่ยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย อยากสดชื่นอยากคลายเครียด จะเลือกทานเบอรี่แบบสดๆ เป็นของว่าง หรือนำมาปั่นแบบสมูทตี้ก็หอมหวานอร่อยชื่นใจดี

  • ถั่วต่างๆ

หากรู้สึกเครียดๆ ในระหว่างกำลังทำงานหรืออ่านหนังสือ ลองหาถั่วมาเคี้ยวทานเพลินๆ วิตามินบี อี แมกนีเซียม และสังกะสีในถั่ว จะทำหน้าที่ช่วยลดความเครียดให้เราได้

  • ส้มและผลไม้รสเปรี้ยว

ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินได้เอง เราจึงต้องเลือกรับวิตามินจากอาหารที่ทาน เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันมากพอ

  • เนื้อไก่

การเลือกเมนูมื้อเย็นเป็นเนื้อไก่ จะช่วยให้เราหลับสบายมากขึ้นได้

  • อะโวคาโด

ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินบีสูง ทำให้สามารถลดระดับความเครียดได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังช่วยบำรุงระบบประสาทและเซลล์สมองอีกด้วย

10.แอพริคอทแห้ง

ด้วยสารแมกนีเซียมที่มีอยู่ในแอพริคอท จะช่วยให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย  และยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาทของเราอีกด้วย

11.ดาร์กช็อกโกแลต

 เพราะมีสาร Flavonols ที่ช่วยลดความดันโลหิต และยังมีประโยชน์ต่อสมองด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า และอ้วนน้อยกว่า เราต้องเลือกกิน “ดาร์กช็อกโกแลต” ที่มีปริมาณโกโก้ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป

นี่ก็คือ 11 อาหารช่วยคลายความเครียดที่นำมาฝากกันในบทนี้ ลองนำไปเป็นหลักในการเลือกทานอาหาร ที่จะช่วยคลายความเครียดในชีวิตประจำวันของเราให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราให้ได้มากที่สุด แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเคล็ดลับเรื่องสุขภาพที่จะไปสรรหามาฝากกันอีกได้ในทุกสัปดาห์ จะเป็นเคล็ดลับสุขภาพเรื่องอะไรกันบ้าง ต้องกลับมาติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

8 เมนูอาหารช่วยลดความดันโลหิตสูง

การเลือกทานอาหาร มีส่วนสำคัญมากในการช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ดี การที่เราเลือกสรรทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสม แม้ว่าเราจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้วก็ตามที ก็จะช่วยลดและควบคุมระดับความดันโลหิตของเราได้ดีขึ้น ในบทนี้จึงขอแนะนำเมนูอาหารที่ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้มาฝากสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และยังไม่ป่วยก็สามารถติดตามกันได้ ใครอยากทราบแล้วว่า มีเมนูอาหารอะไรบ้าง เรามาติดตามกันเลย

  1. กระเทียม นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมใช้ในการช่วยลดและควบคุมระดับความดันโลหิตกันในปัจจุบัน ได้มีผลการวิจัยค้นคว้าสรรพคุณของกระเทียม ในการช่วยลดระดับความดันโลหิตของกระเทียม  ได้ผลปรากฏออกมาว่า กระเทียมช่วยในการเพิ่มปริมาณสารไนตริกออกไซด์ในร่างกาย ซึ่งจะเข้าไปช่วยกระตุ้นหลอดเลือดให้เกิดการขยายตัว และส่งผลให้ระดับความดันโลหิตลดลงได้
  2. น้ำมันมะกอก เป็นไขมันดีที่อุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีระดับความดันโลหิตลดลงได้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่าน้ำมันมะกอกจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงก็ตาม  แต่ถ้าหากเราบริโภคมากจนเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรทานในปริมาณที่พอสมควร
  • ดาร์กช็อกโกแลต เป็นช็อกโกแลตที่ประกอบไปด้วยโกโก้กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำตาลน้อยกว่าปกติ มีผลการศึกษาวิจัย พบว่า ผู้บริโภคดาร์กช็อกโกแลตมีระดับความดันโลหิตตัวบนลดลงโดยเฉลี่ยถึง 3 มิลลิเมตรปรอท ระดับความดันโลหิตตัวล่างลดลงโดยเฉลี่ยถึง 2 มิลลิเมตรปรอท การทานดาร์กช็อกโกแลตจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยลดระดับความดันโลหิตลงได้ และควรทานไม่เกิน 100 กรัมต่อวัน
  • ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง อย่างเช่น ปลาแซลมอนปลาแมคเคอเรล ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับความดันโลหิต และลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้
  • เมล็ดพืชและถั่ว เมล็ดพืช อย่างเช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทองแบบไม่โรยเกลือ เต็มไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม ใยอาหาร และสารพฤกษเคมีต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ นอกจากนั้น ประเภทถั่ว ถั่วพิสตาชิโอ นั้นถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่มีสรรพคุณในด้านนี้ด้วยเช่นกัน
  • นมพร่องมันเนยและโยเกิร์ต ถือว่าเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี และมีไขมันต่ำอีกด้วย โดยมีผลการวิจัยของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริการะบุไว้ว่า จากการทดลองผู้หญิงที่รับประทานโยเกิร์ต 5 หน่วยบริโภคขึ้นไปต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ถึงร้อยละ 20 ทีเดียว แต่ว่าเราควรตรวจสอบปริมาณน้ำตาลที่เติมลงไปบนฉลากบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะซื้อมาทานทุกครั้งด้วย เนื่องจากการเติมน้ำตาลเข้าไปในปริมาณมากอาจกลายเป็นโทษต่อร่างกายมากกว่าที่จะเป็นประโยชน์
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น โดยเฉพาะบลูเบอร์รี่นั้นมีสารอาหารที่สำคัญอย่างสารฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า การบริโภคบลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง และลดระดับความดันโลหิตลงได้ด้วย
  • ผักใบเขียว ในผักใบเขียวที่เราทานมีโพแทสเซียมซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยเไตขับโซเดียมออกมาผ่านทางปัสสาวะ และปรับปริมาณโซเดียมภายในร่างกายให้เกิดความสมดุล ทำให้ระดับความดันโลหิตลดลงได้ โดยผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม เช่น ผักกาด คะน้า

ปวยเล้ง เป็นต้น

นี่ก็คือ 8 เมนูอาหารที่ช่วยลดระดับความดันโลหิตสูงได้ ใครที่โป่วยเป็นความดันโลหิตสูงอยู่ ลองนำไปเป็นเมนูที่เลือกทานในแต่ละมื้อกันดู แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่จะนำมาฝากกันต่อได้อีกในทุกสัปดาห์จะนำเรื่องสุขภาพอะไรมาฝากกันอีก ต้องติดตาม

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

เสพติดซีรีย์ อันตรายต่อสุขภาพโดยตรง 

การดูซีรีย์แบบไม่รู้จบ เป็นเรื่องราวที่น่ากังวลใจสำหรับคนไทยยุคสมัยใหม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหนังที่เรื่องยาวในการดูตอนที่คุณว่าง และพักผ่อน คุณเชื่อไหมว่าประมาณ 80% ถ้าหากเป็นผู้ที่ดูหนังซีรีย์อย่างชื่นชอบมักจะไม่ดูเรื่องเดียว ซึ่งกินเวลาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก และทำให้ใครหลาย ๆ คนนั้น ถูกขโมยสุขภาพไปโดยไม่รู้ตัว และนี่ก็คืออาการที่จะเกิดขึ้นสำหรับร่างกายของคุณ ถ้าหากคุณดูซีรีส์เรื่องโปรดของคุณมากเกินไป 

1. ดูซีรีย์มากจนเกินไป 2 ชั่วโมงยังไม่จบ 

สำหรับท่านใดที่ดูหนังซีรีย์แบบระยะยาว 2 ชั่วโมงยังไม่จบ ขอบอกเลยว่าคุณนั้นควรจะตั้งเวลา เพื่อที่จะให้ร่างกายของคุณพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ คุณทราบไหมว่าอาการแบบนี้ อาจจะทำให้ระบบการทำงานของคุณในร่างกายนั้นทำงานแปรปรวน และร่างกายทรุดโทรมก่อนวัยอันควรได้ ซึ่งเราอยากจะแนะนำให้คุณนั้นพยายามหาช่วงเวลาพักผ่อนให้มากยิ่งขึ้น อย่างน้อยคุณควรจะใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพ

ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีประโยชน์ และตรงเวลา หรือจะเป็นการพักผ่อนที่เพียงพอกับร่างกาย รวมไปถึงการออกกำลังกายในช่วงเวลาต่าง ๆ เป็นส่วนช่วยให้ร่างกายคุณนั้นแข็งแรงได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน ดีกว่าคุณจะไปนั่งดูซีรีย์ 2 – 3 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างแท้จริง 

 2. ทำให้จอประสาทตา และระบบการทำงานทางด้านสมองแปรปรวน 

คุณเคยคิดไหมว่าช่วงเวลาที่คุณดูหนังซีรีย์ระยะเวลานาน ในบางครั้งคุณเริ่มรู้สึกอ่อนล้าทางด้านดวงตา และระบบการทำงานของระบบประสาทรวมถึงสมองนั้นแปรปรวน เหตุการณ์เหล่านั้นมีผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์อ้างอิงเป็นจำนวนมาก ที่กล่าวอ้างว่าระบบการทำงานของร่างกายจะทำงานมากจนเกินไป

ซึ่งเป็นระบบการสั่งการที่สมองของคุณรับข้อมูลข่าวสาร และภาพเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการอ่อนล้าอ่อนเพลียได้ของทั้งดวงตา และระบบประสาทรวมถึงสมอง เพราะฉะนั้นถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านั้นขึ้นคุณควรหยุดการดูซีรีย์ระยะยาวไปสักระยะ ร่างกายคุณจะกลับมาสุขภาพดีขึ้นเอง 

3.ส่งผลกับระบบกระเพาะอาหาร และทำให้คุณอ้วนได้ 

สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คุณอาจจะแทบไม่เชื่อเลยว่ามันเกิดขึ้นได้จริง คือการดูหนังซีรีย์ในระยะเวลาที่ยาวนาน สามารถส่งผลโดยตรงต่อกระเพาะอาหารของคุณได้ และสามารถทำให้คุณอ้วนได้อีกด้วย ร่างกายของคุณนั้นในเวลาช่วงตอนกลางคืนหรือช่วงยามเวลาว่าง ระบบการทำงานในร่างกายคุณต้องการการพักผ่อนเพื่อจะเผาผลาญไขมันส่วนเกิน

หรือปรับสมดุลของร่างกาย คนส่วนใหญ่ที่ดูหนังซีรีย์เป็นระยะเวลายาวนานก็คงจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ระบบการเผาผลาญน่าจะทำงานได้แย่ลง และทำให้คุณเกิดปัญหาทางด้านความอ้วน และไขมันสะสมได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นคุณควรระวัง 

ความจริงสำหรับการดูหนังซีรีส์ในปัจจุบัน ถ้าคุณดูอย่างถูกต้อง และไม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของคุณนั้นไปกับหนังเหล่านั้น จะสามารถช่วยให้คุณสุขภาพดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หวังว่าทุกคนนั้นคงจะเข้าใจ และคำนึงถึงสุขภาพของตัวเอง 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

รู้ไว้สมุนไพรคู่ครัวไทย เคล็ดลับการดูแลสุขภาพทางอ้อม ในยุค covid 19 

ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจทางด้านสุขภาพของตัวเอง และคนในครอบครัว อยากจะแนะนำให้คุณนั้น ลองพึ่งพาสมุนไพรภายในครัวของคุณเอง ใช่แล้วเครื่องเทศเครื่องต้มยำเหล่านี้สามารถช่วยคุณได้ อย่างน้อยก็มีประโยชน์ทางอ้อมในการช่วยดูแลสุขภาพในยุคโควิค อันนี้เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากจาก ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทย และสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ให้ข้อมูลในการดูแลตัวเอง

1. สมุนไพรไทยที่ช่วยดูแลสุขภาพ ในช่วงยุค covid-19 

สมุนไพรที่เหมาะมากสำหรับการดูแลสุขภาพในช่วงนี้ คือ สมุนไพรใกล้ตัว ที่หาได้ง่าย ๆ อยู่ในครัวกับเครื่องต้มยำไม่ว่าจะเป็น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ซึ่งสมุนไพรเครื่องต้มยำเหล่านี้จะมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพคุณได้เป็นอย่างดี และยังช่วยทำให้คุณนั้นรู้สึกถึงระบบการเผาผลาญ และขับถ่ายได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางการแพทย์ก็ยังแนะนำให้รับประทานเป็นประจำโดยเฉพาะยุค covid 19 ในช่วงนี้ คุณก็ต้องคอยบำรุงร่างกาย อย่างน้อยก็ช่วยทำให้คุณสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

2. สมุนไพรช่วยบรรเทาอาการ และช่วยแก้ไขปัญหาทางอ้อมเกี่ยวกับ ผู้ติดเชื้อ 

สำหรับสมุนไพรเหล่านี้ จะช่วยให้ระบบในร่างกายคุณแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำมาต้มสูดดมก็ได้หรือจะนำมาประกอบอาหาร และรับประทานก็ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ขิง กระชาย ข่า ตะไคร้ หัวหอม ใบกระเพรา ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้คุณนั้นรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และช่วยทำให้คุณหายใจสะดวก และลดอาการวิงเวียนได้มากกว่าเดิมเลยทีเดียว นอกเหนือจากนี้ก็คงจะเป็นฟ้าทะลายโจร ที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ ซึ่งอยากแนะนำให้รับประทานเป็นประจำ 

3. เครื่องดื่มที่ควรจะดื่มเป็นประจำไม่ว่าจะมีอาการป่วยหรือไม่ ควรจะต้องบำรุง ในยุคโควิด 

สำหรับเครื่องดื่มที่เหมาะมากที่สุดในช่วงนี้ ในยุคCovid 19 กำลังครองเมือง อยากจะแนะนำเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพและบำรุงร่างกายได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็น 

  • ชาเขียวสมุนไพรถ้าหากเป็นชาในรูปแบบชงเองได้ไม่ใส่น้ำตาลก็จะดีมาก ซึ่งสามารถช่วยดูแลสุขภาพของคุณได้มากเลยทีเดียว 
  • น้ำสะอาดควรจะดื่มให้มาก และควรจะเป็นน้ำอุณหภูมิห้องไม่ใช่น้ำเย็น จะสามารถช่วยลดอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าได้ควรจะดื่มอย่างน้อย 6 – 7 แก้วต่อวัน 
  • น้ำผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ คุณสามารถหาดื่มได้ตามปกติทั่วไป แต่ถ้าหากหาได้ยากก็แนะนำเป็นน้ำผลไม้กล่องก็ได้ ซึ่งได้รับคุณค่าสารอาหารน้อยกว่าหน่อยแต่ก็ดีเช่นเดียวกัน 

สรุป 

ช่วงนี้โรค covid-19 จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนนั้นหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อยากให้คุณนั้นหันมารับประทานอาหาร และการบำรุงร่างกายเช่นเดียวกัน เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ป้องกันเอาไว้ก่อนที่จะมีปัญหา จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด และอยากให้ทุกคนนั้นสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย อย่าลืมนำไปใช้นะดีมาก ๆเลยแล้วเจอกันผู้รักสุขภาพทุกคน 

ขอขอบคุณภาพจากhttps://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

10 คุณประโยชน์ของ “ กีวี” สุดยอดของผลไม้

กีวี ชื่อของผลไม้ชนิดหนึ่งเปลือกผลสีเขียวหม่นๆ เนื้อในสีเขียวสดกว่าเปลือกภายนอก เป็นผลไม้จากต่างประเทศ ที่มีขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในเมืองไทย ราคาอาจจะแพงสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้แพงจนเกินที่เราจะซื้อมาทานกันได้ ส่วนใหญ่แล้วนิยมทานเป็นผลไม้สดๆปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นแว่นบางๆแช่เย็นไว้ทาน และก็มีการนำไปปั่นเป็นน้ำกีวีใส่น้ำแข็งปั่นเย็นๆอร่อยชื่นใจไปอีกแบบ บทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ของกีวีมาฝากกัน ใครที่ชอบทานกีวี อยากทราบแล้ว เรามาติดตามกันเลย

  1. กีวีช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลร้าย แอลดีแอล ( LDL Cholesterol)และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แล้วยังช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี เฮชดีแอล (HDL Cholesterol)ให้แก่ร่างกายของเราได้อีกด้วย จึงมีส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจให้แก่เราได้ด้วย
  2. ในปริมาณกีวี 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 105 มิลลิกรัม เชื่อไหมว่ากีวีมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 3 เท่า การที่เราทานกีวีจึงช่วยในการป้องกันโรคหวัดหรือโรคภูมิแพ้ได้ และยังมีส่วนในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทำให้สุขภาพของเราแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
  3. ในกีวีมีสารลูทีนและซีแซนทีนอยู่ด้วย จึงสามารถช่วยในการลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางสายตาได้ เช่น ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ลดความเสื่อมของเซลล์ดวงตา ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อกระจก ป้องกันโรคต้อกระจก โรคจุดรับภาพเสื่อม และตาฝ้าฟาง เป็นต้น
  • กีวีเป็นผลไม้ที่มีกากใยอยู่ในปริมาณสูงและให้พลังงานต่ำ โดยกีวี 100 กรัม ให้พลังงานแก่ร่างกายเพียงแค่ 55 แคลอรี่ การที่เราทานกีวีจึงสามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้กีวียังมีแร่ธาตุ วิตามินและไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกหลายอย่าง
  • การที่เราทานกีวีจะช่วยทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุที่กีวีมีสารเซโรโทนินที่จะมีส่วนในการช่วยให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างสบายมากขึ้น เพราะว่าสารที่ชื่อเซโรโทนินนี้จะช่วยคลายความเครียด ลดความวิตกกังวลต่างๆให้แก่เราได้นั่นเอง
  • กีวี 100 กรัม มีโพแทสเซียมสูงถึง 312 มิลลิกรัม การทานกีวีจึงสามารถช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจได้ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิต โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดอีกด้วย
  • ในน้ำมันเมล็ดกีวี จะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่จึงมีสรรพคุณช่วยในการลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย
  • กีวีมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ แคโรทีน ลูทีน แซนทีน จึงช่วยต้านมะเร็งและยับยั้งเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้
  • กีวีเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารอยู่สูง จึงช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่ายได้ ทำให้อุจจาระนิ่ม ใยอาหารจะช่วยป้องกันท้องผูก โรคริดสีดวงทวาร และป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ควรทานกีวี เพราะว่ากีวีมีโฟเลตซึ่งดีต่อทารกในครรภ์โฟเลตเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

ทั้งหมดนี้คือ 10 คุณประโยชน์สุดยอดของผลไม้ที่ชื่อกีวี ที่นำมาฝากกันในบทนี้ ใครที่ไม่ค่อยได้ซื้อกีวีมาทาน หรือว่าไม่ชอบทาน ลองหาซื้อมาทานกันดู แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่ได้ในทุกสัปดาห์กับเรื่องสุขภาพที่จะนำมาฝากกัน จะเป็นเรื่องอะไร ต้องคอยติดตามกันต่อ

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com