Categories
good food Uncategorized

5 คุณประโยชน์ของเมนูเต้าหู้แสนอร่อย

เต้าหู้ มีการผลิตออกมาจำหน่ายในหลายรูปแบบ เช่น เต้าหู้แผ่น เต้าหู้หลอด เต้าหู้แบบเนื้อนิ่มๆ มีวางจำหน่ายมากมายตามห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เกตทั่วๆไป เรานิยมนำเต้าหู้มาทำเป็นสารพัดเมนูอาหารคาว ทานกับข้าวในแต่ละมื้อของครอบครัว

เพราะว่าความอร่อย และเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในบทนี้จึงขอนำคุณประโยชน์ของเต้าหู้มาฝากทุกคนกัน ใครที่ชอบทำหรือซื้อเมนูเต้าหู้มาทาน เรามาติดตามกันเลย

  1. การทานเมนูเต้าหู้เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะเนื่องจากเต้าหู้นั้นมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ไม่ต้องใช้แรงมากๆในการบดเคี้ยว สำหรับผู้สูงอายุ เป็นอาหารที่ย่อยง่าย และอัดแน่นไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนที่ดี มีคุณประโยชน์ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ดีอีกด้วย
  2. ในเมนูอาหารที่มีเต้าหู้นั้นประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก ที่มีอยู่ในเต้าหู้นั่นเอง การทานเมนูเต้าหู้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงการมีประจำเดือนอีกด้วย
  • เต้าหู้นั้นเป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ จึงเป็นข้อดีสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการจำกัดการทานน้ำตาล รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักด้วย
  • การทานเมนูเต้าหู้มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ แน่นอนที่ว่า เต้าหู้ นั้นเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการสูงโดยเฉพาะโปรตีน ประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 7.4 ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น 8 ชนิด ที่ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาใช้เองได้นั่นเอง
  • ในเต้าหู้นั้นมีสารเลซิติน การทานเมนูเต้าหู้ของเราจึงมีส่วนในการช่วยลดไขมันและช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ และฮอร์โมนจากพืช ไฟโตเอสโตเจน ที่มีผลรับรองการวิจัยได้ค้นพบว่ามีผลในการป้องกันมะเร็งและมีผลดีต่อสุขภาพของผู้หญิงวัยทอง คือ การทานเมนูเต้าหู้ในผู้หญิงวัยทองจะช่วยชะลอภาวะหมดประจำเดือนและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

และก่อนที่เราจะจบบทนี้ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนั้นสามารถเลือกทานเมนูเต้าหู้ทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลยเช่นกัน เนื่องจากว่าเต้าหู้จะช่วยทำให้ท้องอิ่มนาน และยังเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูงอีกด้วย แม้ว่าจะมีไขมันอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไขมันที่ดี และมีปริมาณต่ำกว่า เมื่อเรานำไปเปรียบเทียบกับในเนื้อหมูหรือเนื้อวัว และเรายังจะได้รับคุณประโยชน์ดี ๆ จากแคลเซียมและธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด กระดูกและฟันของเราได้ดีอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 คุณประโยชน์ของเต้าหู้ที่เรานำมาฝากกันในบทนี้ ทราบแล้วต้องรีบหาทานเมนูเต้าหู้กันให้มากขึ้นแล้วล่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง แล้วในบทหน้าเรามาพบกันใหม่กับเรื่องสุขภาพที่น่าสนใจกันต่อได้ในทุกสัปดาห์ จะนำเรื่องอะไรมาฝากกันอีก ต้องคอยติดตาม

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

4 วิธีป้องกันโควิด-19 ช่วงฤดูฝน

    

     โควิด-19  เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางทางเดินหายใจ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือหากมีอาการรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เชื้อไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่วโลก  เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันอาการจากการติดโควิด-19 ไม่ให้รุนแรง และต้องดูแลลูกหลานที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีให้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

โควิด-19สามารถติดต่อได้ทางไหนบ้าง

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

1.โควิด-19 สามารถตติดต่อได้ผ่านทางเดินหายใจโดยนำเชื้อไวรัสเข้าไปจากผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ผ่านการไอ จาม สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ไกลถึง2เมตรและเชื้อไวรัสยังคงอยู่ในอากาศได้นาน 5 นาที ควรเว้นระยะห่าง 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยอีก1ชั้นค่ะ

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

2.โควิด-19 สามารติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสิ่งของ อุปกรณ์ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ คุณอาจไม่รู้ว่าเจ้าเชื้อโควิด-19นี้ มันสามารถมีชีวิตอยู่ในลูกบิดประตู โต๊ะ กระดาษทิชชู่ เสื้อผ้าที่ โทรศัพท์ เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ลงน้ำได้ ส่วนธนบัตรเชื้อคงอยู่นาน 5 วัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้เงินสด ควรใช้การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์จะดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา อย่างตู้เย็นอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเชียวค่ะ จึงไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่แออัดและเป็นระบบปิด เป็นห้องแอร์ที่มีอากาศไม่ถ่ายเทค่ะ ซึ่งหลังสัมผัสสิ่งของที่เป็นของสาธารณะ ก่อนรับประทาน หลังรับประทานอาหาร  ควรล้างมือให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอนด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ และไม่ควรใช้มือสัมผัสใบหน้า ไม่ควรขยี้ตา/แคะจมูก ไม่ควรใช้รถสาธารณะ

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

3.สังเกตอาการ จากการสำรวจผู้ป่วยที่ติดควิด-19 ภายใน 14 วัน พบว่ามีอาการ ดังนี้ มีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีน้ำมูก ไอจามแห้งๆ อ่อนเพลีย เสมหะ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะเชื้ออาจลงคอไปแล้ว ปวดศรีษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น อาเจียน หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้ง 1669เพื่อรับตัวส่งรพ. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผ้าระวัง คือ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

                               Cr.pic: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php#

4.ฤดุฝน อาจทำให้เกิดโรคที่มีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 อาจทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดววัคซีนฟรี ปีละ 1 ครั้ง และไข้เลือดออก ป้องกันด้วยการเก็บบ้าน เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในน้ำขังที่อยู่ภายในบ้าน จึงต้องหมั่นสังเกตอาการ และไม่ตื่นตระหนก

Categories
good food

4 เหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช

   โปรตีนทางเลือกเป็นโปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์ แต่ได้ผลิตจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และโปรตีนที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงในห้องทดลองสำหรับโปรตีนทางเลือกนี้ ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างเช่นมีไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำไม่มีคอเลสเตอรอล

โดยมีกากใยอาหารสูงอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และยังให้พลังงานที่ต่ำกว่าเนื้อสัตว์ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก จึงทำให้โปรตีนทางเลือกถูกให้ความสำคัญมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภค ที่รักสุขภาพกันมากขึ้น อีกทั้งได้ตระหนักต่อสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนทางธรรมชาติ

จึงทำให้หันไปนิยมรับประทานโปรตีนทางเลือกอื่น เพื่อใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ อีกทั้งได้มีการตระหนักว่าประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเร็วกว่าการผลิตอาหาร จึงเป็นเหตุทำให้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และเมื่อพูดถึงการเติบโต และสุขภาพของร่างกายแล้ว การบริโภคอาหารเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อสิ่งเหล่านั้น และสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือโปรตีน ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

เหตุผลที่ต้องเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช

    สำหรับเหตุผลที่ต้องเลือกโปรตีนทางเลือกจากพืช คือ

   1.โปรตีนพืชเหมาะกับผู้สูงวัยเพื่อการดูดซึมที่ดี  

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อก็เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่ผู้สูงวัยจะต้องเสริมโปรตีนจากอาหาร เพื่อจะได้ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ และด้วยผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงของระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารแย่ลง ดังนั้นการบริโภคเนื้อสัตว์มากไป จึงอาจทำให้เกิดท้องอืดอาหารไม่ย่อยและขาดใยอาหาร ที่จะช่วยเรื่องการขับถ่าย เพราะฉะนั้นโปรตีนจากพืช จึงเป็นตัวช่วยที่เหมาะสมเพราะดูดซึมง่าย

  2. โปรตีนจากพืชแคลอรี่ต่ำและใยอาหารสูง 

พืชมีแคลอรี่ต่ำ และมีเส้นใยอาหารสูงจึงทำให้รู้สึกอิ่ม และยังเป็นการเพิ่มแบคทีเรียดี ในลำไส้ทำให้การขับถ่ายสะดวก และยังคงให้สารอาหารวิตามิน และแร่ธาตุ ทำให้เหมาะกับผู้ที่กำลังจะควบคุมอาหาร หรือคุมน้ำหนัก และโปรตีนยังมีส่วนสำคัญ ในการป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเพื่อการลดน้ำหนักด้วย

  3. โปรตีนพืชเพื่อทางเลือกใหม่สำหรับผู้ออกกำลังกาย 

ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายส่วนมากแล้ว นิยมหันมาทานโปรตีนจากพืชกันมากขึ้น

 4. โปรตีนพืชบำรุงหัวใจ และดีต่อโรคหัวใจช่วยให้อายุยืน

  ด้วยเหตุนี้ จึงควรที่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งจากพืช และจากสัตว์เพื่อให้ได้รับสารอาหาร ที่ครบถ้วน และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอีกครั้งพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรค และอาการเจ็บป่วย

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

3 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงตอนเช้าทำได้สุขภาพดี 

คนรักสุขภาพประมาณ 80% จะรู้จักกันเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะประเภทของอาหารเช้า อาหารเช้านั้นจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคุณเป็นอย่างมาก แต่คุณทราบไหมว่ามีคนที่รักสุขภาพ ที่เข้าใจผิดคิดว่าการรับประทานสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง จึงอยากจะอธิบายความจริงที่คุณควรหลีกเลี่ยง กับอาหารเช้าต้องโทษที่คุณไม่ควรจะเข้าใกล้ทั้งหมด 4 อย่างด้วยกัน ซึ่งบอกได้เลยว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพ และควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะไม่ทำให้ร่างกายคุณนั้นเจ็บป่วยง่ายยิ่งกว่าเดิม

1. มันฝรั่งสีขาว อาหารเช้าเหมือนมีประโยชน์ 

การรับประทานอาหารเช้าแบบชาวต่างชาติ ก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายเมนูมากที่สามารถรับประทานแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คุณคิด แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้บ่งบอกว่ามีประโยชน์แบบเต็มร้อยโดยไม่มีผลเสีย โดยเฉพาะมันฝรั่งขาว ซึ่งในมันฝรั่งนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากพอสมควร แต่ว่ามันอุดมไปด้วยแป้งกับน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่นั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณควรจะรับประทานแต่น้อย และควรรับประทานอาหารอย่างอื่นด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และไขมันส่วนเกิน

2. ขนมปังเนยถั่วและเนยแยม ทำร้ายสุขภาพกว่าที่คิด 

นี่แหละที่เรียกว่าอาหารเช้าที่ไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับคนที่ต้องการรับพลังงานที่มีคุณค่าก็ควรจะหลีกเลี่ยง กับเนยถั่ว และเนยแยม คุณทราบไหมว่าในส่วนนั้นมีพลังงานแคลอรี่สูงมาก แถมยังไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และร่างกายโดยรวมอีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณรับประทานเข้าไปเป็นจำนวนมาก จะเข้าไปสะสมในหลอดเลือดในร่างกายของคุณ สามารถทำให้คุณเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ความดันโลหิตและไขมันเป็นเส้นเลือดได้แบบสบาย ๆ เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงนะอันนี้ขอเตือน 

3. น้ำตาลทราย และนมวัว เรื่องจริงที่ไม่ดีต่อกระเพาะอาหาร 

สำหรับน้ำตาลทรายแดง และนมวัว ก็ต้องบอกเลยว่าส่งผลโดยตรงต่อกระเพาะอาหาร และการดูดซึม สารอาหารจากการย่อยเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านโรคอ้วน และไขมัน จะทำให้ระบบการเผาผลาญคุณนั้นแปรปรวนอย่างรวดเร็ว และยังไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมสารอาหารได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหากเป็นไปได้คุณควรจะหลีกเลี่ยงกับอาหารมื้อเช้า 

สรุป 

และนี่ก็คืออาหารที่คุณควรจะหลีกเลี่ยงในตอนช่วงเช้า ซึ่งถ้าหากคุณทำได้คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาอาการเจ็บป่วยของโรคภัยร้ายแรงเหล่านี้ได้ภายในอนาคต และแน่นอนยังสามารถช่วยทำให้สุขภาพในปัจจุบันของคุณนั้นแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคุณควรจะรับประทานพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์เพิ่มเติมในตอนเช้า รับรองว่าคุณนั้นจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพ https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good health

4 วิธีแก้ไขสุขภาพจิต เคล็ดลับแบบง่ายเริ่มต้นได้ที่บ้าน 

ในช่วงนี้ทุก ๆ คนน่าจะสูญเสียพลังทางด้านความรู้สึกในแง่บวกกันอย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่นั้นมีแต่คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเชื้อไวรัส covid 19 แต่คุณเชื่อไหมว่ายังมีอีกโลกหนึ่งที่คนไทยกำลังพบเจอกันเป็นจำนวนมาก คือ สุขภาพจิต และความเครียด ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้สะสมอยู่ในความรู้สึกของทุกคนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ที่บ้าน และไม่สามารถออกไปไหนได้ เราจึงอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวคุณเองแบบง่าย ๆ เริ่มต้นได้ที่บ้าน

1. การคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย 

วิธีนี้ได้ผลดีมากสำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นหดหู่เศร้าหมอง และไม่ค่อยอยากจะทำอะไรในปัจจุบัน อยากแนะนำให้คุณนั้นพยายามออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค ภายในบ้านหรือหาอุปกรณ์แบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าขนหนู ขวดน้ำหรือว่าจะเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ลดความเครียดได้ และยังทำให้คุณนั้นมีสุขภาพดีได้ง่าย ๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องออกไปออกกำลังกายภายนอก 

2. เปลี่ยนแปลงบรรยากาศของห้องและบ้านของคุณให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น 

สำหรับช่วงเวลาที่คุณรู้สึกเครียดหรือเบื่อที่คุณจะต้องใช้ชีวิตอยู่บ้าน ขอแนะนำให้คุณจัดแจงพื้นที่บ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องที่ตกแต่งแล้วดูดีมีสไตล์ หรือจะเป็นการเคลื่อนที่ของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าบ้านของคุณนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และองค์ประกอบให้เหมือนเดิมจะทำให้คุณผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ชาวต่างชาตินิยมใช้เป็นอย่างมาก เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศรอบตัวสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้า และวิธีนี้ก็สามารถช่วยทำให้คุณนั้นผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน 

3. พยายามเปิดเมนูอาหารทำเอง 

การทำอาหารก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีสำหรับการผ่อนคลายสุขภาพจิตใจของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสะสมเมื่อเวลาเราอยู่บ้านเป็นเวลานาน ๆ แล้วไม่ได้ออกไปไหนเลย คุณก็สามารถใช้วิธีนี้ได้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนอาหารจานเด่นของคุณให้กลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ จะมีประโยชน์มากกับคนขี้เบื่อ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มสีสันในชีวิตประจำวันคุณได้รับรองได้งานนี้คุณคงจะไม่บ่นกับเรื่องอาหารที่ซ้ำซากจำเจอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้คุณหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมนะเมนูเพียบเลย 

4. หาทางพูดคุย และทางระบายความรู้สึก 

นี่อาจจะเป็นวิธีการสุดท้ายที่อยากจะแนะนำ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ สำหรับคนที่มีสุขภาพจิตย่ำแย่ และต้องการระบายความเครียดออกมา การที่เราได้เล่าให้ใครสักคนหนึ่งฟังในสิ่งที่เรารู้สึกไม่ดีอยู่ในปัจจุบัน เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ได้ผลดีมากที่สุดที่สามารถช่วยลดความเครียดได้อย่างทันท่วงที ขอแนะนำให้คุณพูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือถ้าหากไม่มีก็สามารถติดต่อทางด้านทีมแพทย์โดยตรงได้ที่กรมสุขภาพจิตก็จะสามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากเช่นเดียวกัน 

สรุป 

การดูแลสุขภาพจิตของตัวเองหรือคนที่คุณรักอยู่ในครอบครัวในช่วงเวลาที่โรคระบาด covid-19 กำลังคุกคามเข้ามาในชีวิตของคนไทย อยากแนะนำให้คุณนั้นดูแล และใส่ใจสุขภาพ แน่นอนไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายแต่คุณก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง กับโรคระบาดครั้งนี้ขอให้ทุกคนโชคดี 

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย https://pixabay.com/

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Categories
good food

วิธีการรับประทานทุเรียนให้ดีต่อสุขภาพ

ช่วงนี้กระแสสุขภาพกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร และผลไม้ที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายของคุณ โดยเฉพาะทุเรียน ผลไม้ชนิดนี้นั้นคือราชาของผลไม้ในประเทศไทย ที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะลองลิ้มชิมรส และมองหาประโยชน์จากผลไม้ชนิดนี้ บอกเลยว่าทุเรียนนั้นก็มีให้คุณเช่นเดียวกัน จะพาทุกคนไปรู้จักกับประโยชน์ของทุเรียนกัน ซึ่งสามารถรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายได้ แต่ต้องขอแนะนำว่าคุณควรจะรับประทานแต่พอดี

ทุเรียน

1. มีประโยชน์ในการช่วยขับพยาธิตั้งแต่สมัยโบราณ

ทุเรียนนั้นมีคุณสมบัติเป็นผลไม้ฤทธิ์ร้อน ซึ่งเหมาะกับสาว ๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีสรรพคุณทางอ้อมในการช่วยขับพยาธิได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่รับประทานวันละ 1 เม็ด ต่อเนื่องกัน 2 – 3 วันจะมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรมีประโยชน์ทางอ้อมช่วยขับพยาธิได้อย่างยอดเยี่ยม อยากแนะนำคุณให้ลองรับประทานดูรับรองได้เลยว่ามีประโยชน์มากเมื่อคุณรับประทานแล้วคุณต้องติดใจอย่างแน่นอน

ทุเรียน

2. มีส่วนช่วยทางอ้อมลดอาการอักเสบของผิวหนัง

สำหรับท่านใดที่มีอาการเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่เป็นเรื้อรัง และไม่ค่อยดีขึ้นในปัจจุบันโดยเฉพาะฤดูฝน  อยากจะแนะนำคุณให้รับประทานทุเรียนสักครั้ง ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบการทำงานในร่างกายของคุณนั้นทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น และสามารถช่วยลดอาการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย และที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือทุเรียนนั้นมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรอ่อน เป็นยาปฏิชีวนะแบบธรรมชาติ สามารถช่วยทำให้อาการอักเสบของเซลล์ในร่างกายของคุณนั้นลดน้อยลง บอกได้เลยว่ามีประโยชน์ต่อผิวพรรณ และระบบการทำงานภายในร่างกายอย่างแท้จริง

ทุเรียน

3. มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทสายตา และสมอง

บอกเลยว่านี่อาจจะเป็นความลับอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สุขภาพดีทางระบบประสาทและสมอง รวมไปถึงดวงตา นั่นก็คือการรับประทานทุเรียนเป็นประจำ ทุเรียนนั้นมีคุณสมบัติช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองรวมไปถึงดวงตาได้ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีกรดอะมิโน และวิตามินอีรวมไปถึงวิตามินดีจะมีประโยชน์ มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและระบบประสาทได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าหากคุณรับประทานเป็นประจำจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากเลยทีเดียว จึงอยากแนะนำให้คุณลองรับประทานทุเรียนอย่างน้อยวันละ 1 พู  ก็จะสามารถช่วยบำรุง และดูแลสุขภาพได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

สรุป

ทุเรียนนั้นนับว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากเลยทีเดียว สำหรับการรับประทานตามฤดูกาลเพื่อความอร่อย แต่ถ้าหากคุณอยากจะได้ถึงประโยชน์ในการดูแลร่างกายทุเรียนนั้น ก็สามารถรับประทานให้ดีต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามผลไม้ฤทธิ์ร้อนนี้ก็ควรจะรับประทานแต่พอดี ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลเสียได้ คุณควรใส่ใจ และควรระวัง

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com

ติดตามบทความ good food ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy-healthy

Categories
Uncategorized

3 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณนอนตื่นเช้าได้

3 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณนอนตื่นเช้าได้ โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก เห็นผล 100%

ในช่วงเวลาอากาศดี ๆ หลายคนก็คงจะใช้เวลาการนอนมากผิดปกติ แน่นอนว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคุณอาจจะเป็นคนที่นอนตื่นสายก็เป็นไปได้ สำหรับในบทความนี้มาแนะนำวิธีการทำให้คุณนอนตื่นเช้าได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งนาฬิกาปลุกอีกต่อไป คุณสามารถนำนาฬิกาปลุกโยนทิ้งไปได้เลย ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ รับประกันได้ว่าเมื่อคุณนำไปใช้ คุณจะรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้นกระปรี้กระเปร่า และเห็นผล 100% ภายใน 21 วัน เพียงแค่คุณทำต่อเนื่องกัน

. นอนให้ตรงเวลามากยิ่งขึ้นยกเว้นวันหยุดสุดสัปดา

1. นอนให้ตรงเวลามากยิ่งขึ้นยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์ 

การพักผ่อนที่ดีจะต้องมีลิมิตของตัวเอง หลาย ๆ คนก็คงคิดเช่นนั้นเหมือนกัน แน่นอนว่าคุณควรจะกะเวลาที่ถูกต้องในการนอนอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะนอนตื่นเช้า คุณต้องเผื่อเวลาการนอนเอาไว้อย่างน้อย 8 – 9 ชั่วโมง ซึ่งในเวลาระดับนี้บอกเลยว่าทำยังไงก็ตาม คุณก็ตื่นเร็วอย่างแน่นอน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการช่วยควบคุมเวลาการนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงการนอนตื่นสายและอีกด้วย 

. ควรจะพักผ่อนก่อนนอน ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย 1 ชั่วโมง 

2. ควรจะพักผ่อนก่อนนอน ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย 1 ชั่วโมง 

การพักผ่อนสภาพจิตใจก่อนนอน จะสามารถทำให้คุณหลับสบาย และหลับลึกได้มากยิ่งขึ้น วิธีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบลอย ๆ แต่เป็นงานวิจัยที่กล่าวจากห้องแล็บในหลาย ๆ ประเทศว่า ผู้ที่นอนหลับพักผ่อนแบบสนิทส่วนใหญ่ประมาณ 80% นั้นจะผ่อนคลายก่อนนอน ซึ่งจะมีประโยชน์มากทำให้คุณหลับลึกได้มากกว่าเดิมอีก 20% ที่สำคัญการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้คุณรู้สึกตัวเองสดชื่นมากยิ่งขึ้น และการนอนเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้คุณนั้นมีสุขภาพดี และตื่นเช้ากว่าเดิมได้ง่ายกว่าปกติอย่างแน่นอน 

งดื่มชา กาแฟ คาเฟอีนทุกชนิด 

3. พยายามงดเครื่องดื่มชา กาแฟ คาเฟอีนทุกชนิด 

สิ่งนี้หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้วสำคัญมากสำหรับระบบประสาทและสมอง ของคุณ บางคนอาจจะดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกเฉย ๆ แต่ในก้านสมองภายในสารหลาย ๆ อย่างที่ทำการกระตุ้นระบบอก็ยังทำงานอยู่เช่นเดิม ซึ่งในบางครั้งจะทำให้ร่างกายคุณนั้นพักผ่อนไม่เพียงพอ หลับไม่สนิท เซลล์ในร่างกายฟื้นตัวไม่เหมาะสม

ซึ่งจะทำให้ร่างกายของคุณนั้นเสียสมดุลได้ และแน่นอนว่าส่งผลเสียของการนอนหลับ และการตื่นในตอนเช้าอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วคุณควรจะเข้าใจหลักการการดูแลสุขภาพ และการพักผ่อนอย่างถูกต้อง ด้วยการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชา กาแฟ คาเฟอีน ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป 

สรุป 

3 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณนอนตื่นเช้าได้การทำให้คุณนั้นตื่นเช้าได้อย่างสดชื่นโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกา ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่แต่อย่างใด เป็นวินัย และการฝึกฝนต้องใช้เวลาต่อเนื่องตามกฎของสุขภาพดี 21 วัน ซึ่งถ้าคุณทำได้แบบต่อเนื่อง รับรองได้เลยว่ายังไงคุณก็ตื่นเช้าโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกอย่างแน่นอน 

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

Categories
good health

4 วิธีป้องกันโควิด-19

4 วิธีป้องกันโควิด-19 ช่วงฤดูหนาว

โควิด-19 เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางทางเดินหายใจ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือหากมีอาการรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เชื้อไวรัสกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่วโลก  เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันอาการจากการติดโควิด-19 ไม่ให้รุนแรง และต้องดูแลลูกหลานที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีให้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

โควิด-19สามารถติดต่อได้ทางไหนบ้าง

วิธีป้องกันโควิด
วิธีป้องกันโควิด

1.โควิด-19 สามารถตติดต่อได้ผ่านทางเดินหายใจโดยนำเชื้อไวรัสเข้าไปจากผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ผ่านการไอ จาม สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ไกลถึง2เมตรและเชื้อไวรัสยังคงอยู่ในอากาศได้นาน 5 นาที ควรเว้นระยะห่าง 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยอีก1ชั้นค่ะ

วิธีป้องกันโควิด
วิธีป้องกันโควิด

2.โควิด-19 สามารติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสิ่งของ อุปกรณ์ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ คุณอาจไม่รู้ว่าเจ้าเชื้อโควิด-19นี้ มันสามารถมีชีวิตอยู่ในลูกบิดประตู โต๊ะ กระดาษทิชชู่ เสื้อผ้าที่ โทรศัพท์ เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ลงน้ำได้ ส่วนธนบัตรเชื้อคงอยู่นาน 5 วัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้เงินสด ควรใช้การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์จะดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา อย่างตู้เย็นอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเชียวค่ะ จึงไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่แออัดและเป็นระบบปิด เป็นห้องแอร์ที่มีอากาศไม่ถ่ายเทค่ะ ซึ่งหลังสัมผัสสิ่งของที่เป็นของสาธารณะ ก่อนรับประทาน หลังรับประทานอาหาร  ควรล้างมือให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอนด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือด้วยเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ และไม่ควรใช้มือสัมผัสใบหน้า ไม่ควรขยี้ตา/แคะจมูก ไม่ควรใช้รถสาธารณะ

วิธีป้องกันโควิด
วิธีป้องกันโควิด

3.สังเกตอาการ จากการสำรวจผู้ป่วยที่ติดควิด-19 ภายใน 14 วัน พบว่ามีอาการ ดังนี้ มีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีน้ำมูก ไอจามแห้งๆ อ่อนเพลีย เสมหะ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะเชื้ออาจลงคอไปแล้ว ปวดศรีษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น อาเจียน หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้ง 1669เพื่อรับตัวส่งรพ. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผ้าระวัง คือ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

4.ฤดูหนาว อาจทำให้เกิดโรคที่มีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 อาจทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดววัคซีนฟรี ปีละ 1 ครั้ง และไข้เลือดออก ป้องกันด้วยการเก็บบ้าน เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในน้ำขังที่อยู่ภายในบ้าน จึงต้องหมั่นสังเกตอาการ และไม่ตื่นตระหนก

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Categories
good health

“โรค” ที่เราสร้างขึ้นเอง

“โรค” ที่เราสร้างขึ้นเอง แต่เรามองข้ามไปหรือเปล่า

ถ้าพูดเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนั้น แม้ชีวิตเราจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทำงานแข่งกับเวลา เราต้องหันมาใส่ใจดูแลตนเองควบคู่กันไปด้วย เราจะได้มีพลังกายที่แข็งแรง พร้อมรับมือกับสถานการณ์เร่งรีบได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลารักษาตัวเอง เพราะความเจ็บป่วยให้สิ้นเปลือง ค่ารักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น ซึ่งความเครียดกับงาน กินอาหารไม่มีประโยชน์ และไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา

โรคที่เราสร้างขึ้นเอง
โรคที่เราสร้างขึ้นเอง

               โรคต่างๆ ที่จะพูดถึงนั้น เรียกว่า “โรคที่เราสร้างขึ้นมาเอง” (Non-Communicable Disease) หรือที่เราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า NCDs มันเป็นโรคที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ไม่แพร่กระจายจากคนสู่คนได้เหมือนโรคติดต่อทั่วๆ ไป แต่มันจะเรียกอีกอย่างว่า…โรคไม่ติดต่อ ซึ่งมันเป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน ความเป็นไปของโรคเป็นไปอย่างช้าๆ ซึ่งหากใครเป็นแล้วจะไม่หาย แต่เราสามารถป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้ได้ ซึ่งโรคที่เราได้ยินอยู่บ่อยๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคอ้วนลงพุง และโรคไต

กลุ่มโรคดังกล่าว เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ทั้งในด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย ร่างกายของเราจึงเกิดสภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ดังนี้

  • โรคเบาหวาน เกิดจากการทานอาหารหวานจัด หรือทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้อินซูลินทำงานผิดปกติ น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  • โรคความดันโลหิตสูง เกิดจากชอบทานอาหารที่มีไขมันสูง และเกิดจากความเครียดสะสม
  • โรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากการทานอาหารที่มีไขมันสูง และการดื่มสุรา สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ เกิดจากการอุดตันของไขมันในเลือด
  • โรคถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด เกิดจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานานๆ รวมถึงการรับควันบุหรี่มือสอง และการปล่อยให้มันลุกลาม
  • โรคไต เกิดจากการทานอาหารรสเค็มจัด หรือการกินอาหารที่มีโซเดียมสูงเกิน 2,000 mg ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้ไตกรองของเสีย ทำงานหนักมากขึ้น
โรคที่เราสร้างขึ้นเอง
โรคที่เราสร้างขึ้นเอง

               ถึงเวลาที่เราหันมาใส่ใจกับสุขภาพของตนเองได้แล้วหรือยัง? เราสามารถป้องกันโรค NCDs ที่เกิดจากพฤติกรรมของเรา การแก้ปัญหาเราสร้างเองได้ตามหลักการ 3 อ. 2 ส. ซึ่งทำให้เรากลับมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง โดยจะอธิบายเพิ่มเติมได้ว่า

  • อ : อาหาร จะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็มมากเกินไป เช่น ขนมหวาน ทานอาหารรสจัด และดื่มน้ำอัดลม
  • อ : อารมณ์ ฝึกสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด เช่น ทำงานอดิเรก ฟังเพลง พบปะเพื่อนๆ
  • อ : ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที ใช้การเดินบันไดแทนการใช้ลิฟต์
  • ส : ไม่สูบ ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ ที่เป็นอันตรายต่อตนเอง  และคนรอบข้าง
  • ส : ไม่ดื่มสุรา จะต้องไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะยามสุขภาพดีหรือยามเจ็บป่วย
โรคที่เราสร้างขึ้นเอง
โรคที่เราสร้างขึ้นเอง

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Categories
good health

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

10 วิธีดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

การเตรียมที่พักให้พร้อมสำหรับกักตัว

1. แยกห้องนอนและห้องน้ำ จากคนอื่นในครอบครัว จัดห้องนอนให้เรียบร้อย มีอากาศถ่ายเท แสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง ถ้าที่บ้าน มีห้องน้ำห้องเดียวก็ให้เราทำความสะอาดโถส้วม อ่างล้างมือ ลูกบิดประตูห้องน้ำ หลังใช้งานทันทีและล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง

2. แยกของใช้ส่วนตัวมาทำความสะอาด และไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

3. มีอุปกรณ์ไว้สังเกตอาการตัวเองในทุกๆวันที่กักตัวนห้อง ได้แก่ ปรอทวัดไข้ แอลกอฮอล์เจที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น 70%หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทำความสะอาดห้อง

เมื่อถึงเวลา กักตัว 14 วัน ให้เตรียมความพร้อมทั้งกายและใจ  ดังนี้

1.ตื่นเช้ามาให้เริ่มวัดอุณหภูมิทุกวัน ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเชียส สังเกตอาการไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเชียส เจ็บคอ ปวดศรีษะ หายใจลำบาก อยู่เสมอ

2. ถึงจะกักตัวคนเดียวภายในห้อง ก็ต้องหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างถูกวิธีก่อน-หลังรับประทานอาหาร และหลังขับถ่ายทุกครั้งนะคะ

3.เมื่อมีอาการไอจาม ให้ปิดปากและจมูกด้วยทิชชูหรือหาผ้ามาปิดให้ทันก่อนจามออกไปทุกครั้ง แยกขยะที่ถูกสารคัดหลั่งด้วย เช่น ถ้าจะทิ้งหน้ากากอนามัยให้พับด้านที่มีสีเข้าด้านใน ให้เป็นสี่เหลี่ยมแล้วใช้เชือกสำหรับคล้องหูเวลาสวมหน้ากากอนามัยมารัดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้หน้ากากอนามัยที่เราพับนั้นคลายตัว แล้วใส่ลงถุงพลาสติก 2 ชั้น สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนก็พับผ้าอนามัยที่ใช้แล้วม้วนให้เรียบร้อย ใส่ถุงพลาสติก2ชั้นเช่นกันค่ะ แล้วแยกถุงขยะจากคนอื่นในบ้าน

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

4.เมื่อจำเป็นที่จะต้องลงไปเอาสิ่งของในบริเวณทีคนในครอบครัวอยู่ ก็ให้รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1.5-2 เมตรและใช้เวลาให้สั้นที่สุด

5. งดกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกบ้าน ให้เรียนหรือทำงานที่บ้าน

6.คนในครอบครัว ก็ต้องยึดหลักล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตรเช่นกัน

7.ไม่ดื่มน้ำและไม่รับประทานอาหารร่วมกัน เพราะเป็นอีกจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อได้ ถ้าเราเป็นโควิด-19

8.ไม่อยู่ใกล้ชิดเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง หรือมีภาวะแทรกซ้อน หญิงตั้งครรภ์ จนกว่าจะกักตัวครบ 14 วัน คนในครอบครัวจะต้องให้ข้อมูลกับสถานที่ทำงาน สถานศึกษา ว่ามีคนภายในบ้านกักตัว

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

9.กรณีที่อยู่อาศัยอยู่ใน หอพัก คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ในพื้นที่ที่จำกัด อาจทำให้เกิดความเครียด ควรออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ ปลูกต้นไม้ ในทุกๆวันควรสังเกตอาการผิดปกติ อาการที่ต้องมาพบแพทย์ เช่น วัดอุณหภูมิแล้วอุณหภูมิสูงเกิน37.5 องศาเซลเชียส เจ็บคอ ปวดศรีษะ ไอ หายใจลำบาก และปฏิบัติตนเหมือนกับคนที่กักตัวอยู่บ้านค่ะ แต่ต้องเคร่งครัดในเรื่องการแยกขยะ และปิดปากถุงขยะให้มิดชิด เพราะพื้นที่ที่เราอยู่มีความเป็นส่วนรวมมากกว่าค่ะ

ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน
ดูแลตัวเองยังไงเมื่อต้องกักตัวที่บ้าน

10.ระหว่างกักตัว 14 วัน ให้หางานอดิเรกทำ หางานที่สร้างรายได้หรือเรียนคอร์สออนไลน์สำหรับพัฒนาตนเอง เพื่อไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่าน เครียด เบื่อ ซึมเศร้าได้

ติดตามบทความ good health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

FB : Beauthy healthy

Cr.pic: spyderautoimport