โรค”นอนไม่หลับ” ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า

โรคนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนไม่หลับ พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย และทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่ป่วยทั้งทางร่างกายและทางจิต ซึ่งโดยทั่วไปคนที่มีภาวะนอนไม่หลับนั้น มักจะนอนไม่หลับทั้งๆ ที่มีโอกาสนอนเพียงพอ

การนอนไม่หลับจะส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า เพลีย ปวดหัว ทั้งยังส่งผลต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกวิตกกังวล คิดช้า ตัดสินใจช้า และยังส่งผลต่อการทำงานในช่วงกลางวันด้วย

สาเหตุของภาวะนอนไม่หลับ

  • สาเหตุที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่นอนไม่หลับ ได้แก่ การเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น ปวดเมื่อยตามตัว กรดไหลย้อน ตั้งครรภ์ รวมถึงอาการของคนวัยหมดประจำเดือน ก็ส่งผลต่อการนอนไม่หลับด้วยเช่นกัน ส่วนสาเหตุที่มาจากภาวะทางจิตใจก็เช่น ความเครียด วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น
  • การใช้ยาหรือสารบางชนิดก็อาจส่งผลให้นอนไม่หลับได้ เช่น ยาแก้หวัดบางกลุ่ม ยาลดน้ำหนัก ยาต้านซึมเศร้า ยาแก้หอบหืด รวมถึงการได้รับคาเฟอีน นิโคติน และแอลกอออล์ ก่อนถึงเวลาเข้านอน ก็มีผลทำให้นอนไม่หลับได้
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มีแสงสว่าง หรือเสียงดังๆ มารบกวนในเวลานอน หรืออุณหภูมิห้องที่ไม่เหมาะสม ทำให้ไม่สามารถนอนได้อย่างสบาย เป็นต้น
  • สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้อีก เช่น ปัญหาจากการทำงานเป็นกะ ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนเวลาเข้าทำงานและเวลาเข้านอนอยู่บ่อยๆ จนร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และทำให้นอนหลับในเวลาที่ไม่คุ้นชินได้ยากขึ้น

วิธีแก้ไขการนอนไม่หลับด้วยตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการดูนาฬิกาในระหว่างการเข้านอน
  • ห้องนอนไม่ควรมีไว้ทำกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการนอน เช่น ไม่ควรนำงานเข้ามาทำในห้องนี้ หากไม่จำเป็น
  • สร้างบรรยากาศผ่อนคลายก่อนเข้านอน เพื่อเตรียมเข้าสู่การนอนหลับที่ดี เช่น นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือ ฟังเพลงบรรเลง
  • ถ้าถึงเวลาเข้านอนแล้วยังไม่รู้สึกง่วง ให้ทำกิจกรรมเบาๆ อะไรก็ได้ที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเบาๆ หรือเล่นโยคะ
  • พยายามตื่นนอนให้เป็นเวลา แล้วลุกออกจากเตียงในเวลาที่สม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
  • หลีกเลี่ยงการงีบในเวลากลางวัน เพราะจะส่งผลให้กลางคืนหลับยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นตามที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น เป็นเพียงวิธีการแก้ไขเบื้องต้นนะคะ สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มมีอาการนอนไม่หลับได้ไม่นาน

สามารถลองนำวิธีการเหล่านี้ไปปรับใช้ดูได้ค่ะ ส่วนใครที่มีอาการเรื้อรังมานาน และลองแก้ไขด้วยวิธีของตัวเองแล้วยังไม่ได้ผล ก็ขอแนะนำให้ปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเข้ารับการบำบัดต่อไปค่ะ  

ติดตามบทความ good-health ในทุกสัปดาห์ได้ที่ howto-healthy.com

Table of Contents